เฉินเข่อเดินอ้อมออกมาจากหลังจอมอนิเตอร์ ในมือกำสคริปต์ไว้ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม
“โอเค งั้นเรามาคุยต่อจากเรื่องที่คุยค้างไว้เมื่อเช้ากัน คุณหยางมี่สะดวกเรียกคุณลุงคุณป้ามานั่งด้วยไหมครับ เราจะถ่ายสัมภาษณ์ครอบครัวกันก่อน”
หยางมี่ตะโกนเรียกคนในครัว
หยางหลินถือจานผลไม้ที่เพิ่งหั่นเสร็จเดินออกมา หยางหลิงตามหลังมา ทั้งสองนั่งลงข้างหยางมี่
สมาชิกทั้งสี่คนของครอบครัวนั่งเรียงกันบนโซฟา ภาพดูอบอุ่นจนเกินจริง
คอมเมนต์ในไลฟ์เดือดขึ้นมาอีกรอบ
“หน้าตาดีทั้งบ้านเลยนะ ยีนเปิดสูตรโกงหรือไง?”
“พ่อของหยางมี่เป็นตำรวจด้วย เท่ชะมัด”
“เดี๋ยวนะ เด็กคนนี้พูดคล่องเกินไปแล้ว ลูกสามขวบที่บ้านฉันยังเรียกให้แม่อุ้มอยู่เลย”
“คนข้างบน เด็กบ้านเขาเป็นอัจฉริยะ ส่วนบ้านเธอเป็นคนธรรมดา ยอมรับความจริงเถอะ ฮ่า ๆ ๆ!”
“เจ้าก้อนกลม ๆ ตรงกลางที่ห่มผ้าห่มอยู่คือตัวอะไร ฉันอยากเลี้ยง”
เฉินเข่อเปิดสคริปต์แล้วเริ่มโยนคำถาม
“คุณพ่อหยางครับ ขอเริ่มจากรู้จักกับหมิงหมิงได้ยังไงครับ?”
หยางหลินเหลือบมองหยางหลิง
ก่อนถ่ายทอดสด หยางหลิงกำชับไว้แล้วว่า พอออกกล้องก็อย่าพูดมาก ตอบแค่พอประมาณ
หยางหลินยิ้มนิด ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“จะว่าไปก็เป็นวาสนาน่ะครับ พอได้เจอหมิงจื่อครั้งแรก ก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้เป็นพิเศษ”
หยางหลิงรับคำต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
“ใช่ค่ะ วันนั้นที่ฉันเจอหมิงจื่อ ก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้มีวาสนากับครอบครัวเรา จะให้ปล่อยมือก็ทำไม่ลงเลย”
เฉินเข่อก้มดูสคริปต์ กำลังจะถามเจาะรายละเอียดต่อ
ทันใดนั้น หยางหมิงยื่นมือเล็ก ๆ ขาวนุ่มออกมาจากผ้าห่ม หยิบสตรอว์เบอร์รีจากจาน แล้วยื่นไปตรงหน้าหยางหลิน
“คุณลุงกินครับ”
ความสนใจของหยางหลินถูกดึงไปทันที เขารับสตรอว์เบอร์รีมาแล้วก็ยิ้มจนหุบปากไม่ลง
