เขาหยิบแก้วน้ำข้างตัวขึ้นมาจิบหนึ่งอึก “หนึ่งในพรสวรรค์คือจะได้รับข่าวสารแบบสุ่มทุกวัน คล้ายกับของคุณ”
หลินอวี่เวยพยักหน้า รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยคาดเดาไว้แล้ว
แต่แค่พรสวรรค์นี้อย่างเดียว จะทำให้เขาแข็งแกร่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ?
ขณะที่กำลังครุ่นคิด
“อีกอย่างหนึ่ง คุณก็เห็นเมื่อกี้แล้ว” ซูมู่ชี้ไปยังกล่องไม้บนพื้น “ของที่ตกอยู่ในระยะโจมตีจะถูกส่งกลับไปที่กระเช้าโดยอัตโนมัติ”
หลินอวี่เวยชะงักไป
เก็บของอัตโนมัติ
เดิมทีเธอคิดว่านั่นเป็นผลจากสิ่งปลูกสร้างบางอย่าง หรือไม่ก็ซูมู่ติดตั้งอุปกรณ์รีไซเคิลพิเศษไว้ในกระเช้า ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นพรสวรรค์เหมือนกัน
แล้วเขามีพรสวรรค์สองอย่างได้ยังไง?
ที่สำคัญ พรสวรรค์นี้ก็อธิบายไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้!
“คุณ...มีพรสวรรค์สองอย่างเหรอ?” เธออ้าปากค้าง “อย่าบอกนะว่ายังมีอีก!”
ซูมู่กำลังจะพูดต่อ แต่จู่ ๆ เครื่องมือสื่อสารก็สั่นขึ้นมา
เขาเหลือบมอง เป็นโจวเจิ้นกั๋ว
“ขอรับสายก่อนนะ” ซูมู่บอก
หลินอวี่เวยพยักหน้า กลืนคำพูดที่เหลือลงคอ
ซูมู่กดรับสาย
“น้องซู ไม่ได้รบกวนใช่ไหม?” เสียงของโจวเจิ้นกั๋วดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร รอบข้างคล้ายมีเสียงลมพัดอยู่ด้วย
“ไม่เป็นไรครับ”
“ทางนั้นเจอการโจมตีอะไรบ้างไหม?” โจวเจิ้นกั๋วถาม “เมื่อกี้ในแชนแนลวุ่นวายกันมาก บอกว่ามีกระเช้าหลายคันโดนทุบ”
“เจอครับ แต่ไม่กระทบมาก” ซูมู่ตอบ
โจวเจิ้นกั๋วถอนหายใจโล่งอก “งั้นก็ดี ที่โทรมาหานายเพราะเรื่องตราท้าประลองน่ะ พรุ่งนี้เช้าก็จะหมดเวลาคูลดาวน์แล้ว พวกหัวหน้ากิลด์คุยกันแล้ว อยากถามว่านายจะเริ่มพรุ่งนี้เลยได้ไหม?”
