ชั่วชีวิตนี้คุณจอห์นไม่เคยเจอเรื่องประหลาดพิลึกขนาดนี้มาก่อน
ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ใต้ต้นโอ๊กคดงอที่ปากหมู่บ้าน อากาศบิดเบี้ยววูบหนึ่ง แล้วผู้หญิงคนนั้นก็นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับหุ่นขี้ผึ้ง
ตอนนั้นเขากำลังพาหนุ่มฉกรรจ์ในหมู่บ้านหลายคนไปตรวจดูทุ่งข้าวสาลี ได้เห็นภาพนั้นกับตาตัวเอง จนไม้เท้าจากไม้เอล์มในมือเกือบหล่นลงคูข้างทาง
ผู้คนกลุ่มหนึ่งยืนห่างออกไปยี่สิบก้าว ไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปใกล้
คุณจอห์นในฐานะผู้ใหญ่บ้านถูกคนหนุ่มข้างหลังดัน จึงได้แต่ฝืนใจเดินออกหน้าเข้าไปหาอย่างสั่นเทา แล้วใช้นิ้วหยาบกร้านลองแตะใต้จมูกของเธอ
ยังมีลมหายใจ
เขาแหวกเปลือกตาเธอออกอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นปิดสนิท แม้แต่ขนตาก็ไม่ไหวติง
น่าจะยังไม่ตาย คุณจอห์นถอนหายใจโล่งอก
คนคนนี้จู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ ปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น แถมยังเป็นผู้หญิงอีก...
“พากลับไปที่หมู่บ้านก่อน” คุณจอห์นสั่งพวกหนุ่มฉกรรจ์ด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
พวกเขาเพิ่งหามเธอมาถึงปากหมู่บ้าน ก็เห็นฝุ่นฟุ้งขึ้นมาจากที่ไกลๆ มีทหารสวมเกราะหนังสองคนบังคับรถม้าที่โคลงเคลงเข้ามา
หัวใจคุณจอห์นดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม คนเก็บภาษีมาแล้ว
“ภาษีชำระล้าง!” ทหารที่เป็นหัวหน้าตะโกนเสียงห้าว แส้ฟาดอากาศดังเพียะ “ปีนี้การปนเปื้อนรุนแรง พวกท่านใหญ่ในเมืองหลวงตรากตรำชำระล้างกันทั้งวันทั้งคืน พวกไพร่อย่างพวกแกต้องจ่ายเพิ่มอีกสามส่วน!”
คุณจอห์นหลังค่อมเดินเข้าไปหา ริ้วรอยบนใบหน้าเบียดกันเป็นรอยยิ้มประจบสอพลอ “นายท่าน นายท่าน ปีนี้ผลผลิตไม่ดี รวงข้าวสาลี...”
“พูดให้น้อยๆ!” ทหารเตะมือที่เขายื่นออกไปทิ้ง รองเท้าบูตพื้นแข็งกระแทกเข้าที่ไหล่คุณจอห์น เขาเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ยืนไม่อยู่จนหงายหลังล้มลงกับพื้น ขณะได้ยินทหารข่มขู่เสียงเหี้ยม “บ้านละสามเหรียญเงิน ขาดไปแม้แต่เหรียญเดียวก็เอาคนมาชดใช้!”
ม่านรถม้าถูกเปิดออก ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีขาวโผล่หน้าออกมา สีหน้ารังเกียจราวกับเห็นโคลนเลนเปื้อนรองเท้า คิ้วขมวดแน่น
“ท่านโครี” ทหารทั้งสองรีบเปลี่ยนสีหน้า ก้มหน้าประจบสอพลอ “หมู่บ้านนี้สกปรก อย่าให้เท้าอันสูงส่งของท่านต้องแปดเปื้อนเลยครับ”
ชายหนุ่มที่ชื่อโครีไม่สนใจพวกเขา เชิดคอสูงลิ่วราวกับไก่ตัวผู้เพียงตัวเดียวในหมู่บ้านของพวกเขา
“หญ้าภาษาลมที่ฉันต้องการล่ะ? แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ก็จัดการไม่ได้หรือ?”
คุณจอห์นอาศัยจังหวะที่ทหารทั้งสองล้อมอยู่ข้างกายโครีและคอยก้มหัวประจบประแจง ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง แล้วยืนอยู่ข้างๆ แสร้งทำเป็นหูหนวกไม่กล้าพูดอะไร
พวกหนุ่มฉกรรจ์ที่หามร่างอยู่เกิดความวุ่นวายขึ้นมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรหามเธอต่อไปหรือไม่
ยืนอยู่ตรงนี้ก็เหนื่อยเหมือนกัน พวกเขายังต้องไปทำงานในไร่นาอีก!
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาของคนหลายคนปะปนกัน จนดึงดูดความสนใจ
“หนวกหูอะไรกัน!” ท่านจอมเวทผู้สูงศักดิ์เหลือบมอง ดวงตาของเขาไม่โตนัก แต่ยามถลึงตาใส่คนกลับดูดุดันราวกับฝึกมาโดยเฉพาะ
หัวใจคุณจอห์นกระตุกวูบ กลัวเหลือเกินว่าท่านจอมเวทผู้สูงส่งจะพิโรธ จึงรีบงอตัวเข้าไปใกล้เพื่อรายงาน น้ำเสียงทั้งเบาทั้งนอบน้อม “ท่านโครี เรื่องนี้คงต้องรบกวนให้ท่านช่วยจัดการแล้วครับ มีผู้หญิงคนหนึ่งจู่ๆ ก็โผล่มาในหมู่บ้านของเรา ปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น ท่านคิดว่าจะเป็นสิ่งชั่วร้ายอะไรหรือเปล่าครับ ขอท่านช่วยพวกเราด้วย...”
ระหว่างพูด เขาแอบเงยหน้าสังเกตสีหน้าของโครี ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกายขึ้นมา ไม่เหมือนกำลังสงสัยใคร่รู้ กลับเหมือนนายพรานที่เห็นเหยื่อเสียมากกว่า
“โผล่มาจากความว่างเปล่า?” แววตาของโครีวาววับ ในที่สุดเขาก็ยอมลงจากรถม้า “พาฉันไปดู”
ชายเสื้อคลุมสีขาวกวาดผ่านพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น คิ้วของเขาขมวดเป็นปมอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้หยุดเดิน
บนพื้นราบที่ปากหมู่บ้าน ผู้หญิงคนนั้นถูกวางไว้บนบานประตูเก่าๆ โครีเดินวนรอบเธอสามรอบ นิ้วมือร่ายไปมาในอากาศอย่างเลื่อนลอย ปากก็พึมพำคาถา
คุณจอห์นกับชาวบ้านหดตัวอยู่ข้างๆ ไม่กล้าหายใจแรง มีเพียงป้าดอลลี่ที่มองบานประตูเก่าใต้ร่างผู้หญิงด้วยความเสียดาย นั่นเป็นบานประตูที่เธอตั้งใจจะผ่าเอาไปทำฟืนแท้ๆ...
“แม่มดที่กำลังจะตื่นพลังงั้นหรือ?” ในที่สุดโครีก็หยุดเดิน สีหน้าตื่นเต้นยินดีจนแทบปิดไม่มิด ราวกับมองเห็นอนาคตที่ตัวเองจะได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วอยู่ตรงหน้าแล้ว
ขาของคุณจอห์นอ่อนยวบ เกือบทรุดลงไปคุกเข่า
แม่มด ที่แท้ก็เป็นแม่มดจริงๆ...
คำคำนี้เลือนหายไปจากแผ่นดินผืนนี้เกือบร้อยปีแล้ว เหลือเพียงเศษเสี้ยวในนิทานสยองขวัญที่ผู้ใหญ่ใช้ขู่เด็กเท่านั้น แม่มดที่จะมาจับตัวถ้าไม่เชื่อฟัง แม่มดที่จะมาเคาะประตูถ้าไม่ยอมกินข้าว แม่มดที่จะปรากฏตัวถ้าซุกซนเกเร...
เผาแม่มด ชำระล้างความชั่วร้าย เด็กทุกคนร้องเพลงกล่อมเด็กบทนี้กันได้ แต่ไม่มีใครเคยเห็นแม่มดตัวจริง
ตำนานชั่วร้ายอันห่างไกลพลันชัดเจนขึ้นมา ราวกับลมหนาวพัดฟาดผ่านแผ่นหลังของทุกคนในที่นั้น ผู้คนต่างห่อไหล่ลงโดยสัญชาตญาณ
“ขอท่านช่วยชีวิตพวกเราด้วย!” คุณจอห์นร้องเสียงสั่น ตอนนี้เขาทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับท่านผู้สูงศักดิ์เหล่านี้แล้ว
โครีคร้านจะสนใจ เขาล้วงหินส่งเสียงออกมาจากอกเสื้อ แล้วรายงานสมาคมเวทมนตร์ว่าตนพบแม่มดตื่นพลังคนใหม่ เขาพูดเร็วมาก น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นที่แทบข่มไว้ไม่อยู่
“พวกแก มัดเธอไว้ก่อน” โครียังไม่ได้รับคำตอบจากสมาคมเวทมนตร์ จึงทำได้เพียงสั่งให้พวกชาวบ้านโง่เขลาลงมือไปก่อน
ส่วนโครีเองก็เดินวนไปมาอยู่ข้างๆ ตามปกติแล้ว เมื่อสมาคมเวทมนตร์ได้รับข่าวเกี่ยวกับแม่มด ก็ควรส่งคำตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมร่วมมือกับนักล่าแม่มดเพื่อจับกุมแม่มด
แต่ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นอะไร ผ่านไปตั้งนานก็ยังไม่ได้รับคำตอบ เขาหยิบหินส่งเสียงออกมาดูอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าข่าวส่งออกไปแล้วจริงๆ
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า แต่ก็ไม่ใช่หัววันแล้ว หากจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนจันทร์เงินปรากฏไม่ได้ เรื่องคงบานปลายใหญ่โตแน่
เขาเป็นแค่ผู้ฝึกหัดจอมเวท เวทมนตร์ทั้งหมดที่เขาร่ายได้รวมกันยังควบคุมแม่มดตัวจริงไม่ได้เลย
“เตรียมแท่นเผานอกรีตเดี๋ยวนี้”
หัวใจคุณจอห์นแทบหลั่งเลือด
ปีนี้คงเป็นฤดูหนาวที่หนาวจัด ฟืนที่แต่ละครัวเรือนสะสมไว้เป็นของช่วยชีวิต แต่ท่านผู้สูงศักดิ์สั่งมาแล้ว พวกเขาจะกล้าขัดขืนได้อย่างไร
“ทุกบ้านเอาฟืนออกมาสองมัด รีบไป” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ชาวบ้านไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากบ่นต่อหน้าคมดาบของทหาร หลายคนก้มหน้าปาดน้ำตา ชีวิตแบบนี้ช่างอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
แท่นเผานอกรีตถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้การควบคุมของทหาร โครียืนคุมงานอยู่ข้างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเสาไม้จะมั่นคง ปากก็พูดถึงเรื่อง “วงเวทชำระล้าง” อะไรทำนองนั้นไม่หยุด
คุณจอห์นไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เขาเห็นเพียงว่าแม่มดคนนั้นแม้ถูกมัดไว้กลางกองฟืน เชือกป่านรัดข้อมือจนจมลงไปแล้ว ก็ยังคงหลับตาอยู่
“จุดไฟ” โครีพลิกหาคำประกาศชำระล้างที่พิมพ์ติดอยู่บนหน้าแรกของบันทึกจอมเวททุกเล่ม แล้วกระแอมไอเตรียมตัว รอเพียงจุดไฟขึ้น เขาก็จะเริ่มประกาศคำตัดสินแก่แม่มด
นี่เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก คนที่มีสิทธิ์ตัดสินแม่มดไม่ใช่ขุนนางก็ต้องเป็นท่านจอมเวทตัวจริง ไม่คิดเลยว่าเขาจะพบแม่มดเข้าที่นี่ ทำให้ตัวเองได้สัมผัสเกียรติยศอย่างจอมเวทบ้าง
คบเพลิงถูกส่งมาให้คุณจอห์น เขาลังเลอยู่ชั่วขณะ เมื่อนึกถึงหลานชายที่ตายตั้งแต่ยังไม่ครบเดือน หากแม่มดมีมนตร์ชั่วร้ายที่ชุบชีวิตคนตายได้จริง... ไม่สิ ไม่ได้ แม่มดมีแต่จะทำร้ายคน
“เร็วเข้า!” ด้ามดาบจี้เข้าที่หลังเอวของเขา
ทันทีที่เปลวไฟเลียกองฟืน คุณจอห์นก็หลับตาลง เขาได้ยินเสียงฟืนแตกเปรี๊ยะ ได้ยินชาวบ้านระบายความไม่พอใจด้วยการตะโกนคำขวัญ และได้ยินโครีเริ่มอ่าน “คำประกาศชำระล้าง” อะไรสักอย่างด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด
ถึงแม่มดจะไม่ฆ่าพวกเขา แต่พอฟืนหายไปมากขนาดนี้ ฤดูหนาวปีนี้ก็ต้องมีหลายครอบครัวหนาวตายอีก...
แล้วเขาก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่ง
เมื่อนึกย้อนกลับไปตอนนี้ สำหรับคุณจอห์นแล้ว ดวงตาคู่นั้นเหมือนดวงจันทร์สองดวงมากกว่า แสงสีเงินขาวหมุนวนอยู่ในนั้น ราวกับรวบรวมความลึกลับของจักรวาลเอาไว้
ผู้หญิงคนนั้น—ไม่สิ แม่มด ยกมือขึ้น
