ฉินหยวนเจิ้งทราบดีว่าเป็นเพราะมารดากับภรรยาถือโอกาสที่สกุลเจิ้งส่งคนมาอวยพรวันเกิดจึงจงใจให้นางเจิ้งปรนนิบัติยามป่วย เพื่อให้ผู้นำสกุลเจิ้งได้เห็นและยอมอ่อนข้อ
ผลสุดท้ายมารดากลับเรียกนางเจิ้งไปอยู่ห้องนางโดยตรง ไม่ยอมให้นางกลับเรือนรองด้วยซ้ำ
ต้องเป็นความคิดแย่ ๆ ของโจวชื่อเป็นแน่
ให้ปรนนิบัติอยู่หลายคืนติดต่อกันก็พอแล้ว
กลางวันก็ยังไม่ให้นางกลับไปพัก
มิน่าเจ้าตัวแสบถึงได้มาอาละวาด
ฉินหยวนเจิ้งถลึงตาใส่โจวชื่อ ก่อนสูดลมหายใจลึก กดความหงุดหงิดและโทสะในใจลง แล้วเอ่ยเกลี้ยกล่อมว่า “เจาซี เจ้า... เจ้าหยุดเคาะก่อนเถิด... เป็นเจ้าเองที่เข้าใจผิด อีกครู่ข้าจะให้หญิงรับใช้ไปถามมารดา หากมารดาไม่เป็นอันใดมากก็จะให้นางไปส่งมารดาเจ้ากลับ เจ้าเองก็รีบกลับไปนอนเถิด อย่าได้ก่อความวุ่นวายอีก”
ตอนนี้ถึงจะปล่อยคน?
สายเสียแล้ว!
ฉินเจาซียังคงเคาะปึงปังพลางเอ่ยว่า “ไม่จำเป็น ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ทุกคนควรแสดงความกตัญญูก็ย่อมถูกต้องแล้ว แต่การแสดงความกตัญญูในวาระสุดท้ายนี้ไม่ควรเป็นมารดาของข้าเพียงผู้เดียว ทุกคนต่างไปพร้อมกันก็พอ”
“เจ้าสัตว์เดรัจฉาน เจ้าพล่ามอะไรออกมา!” โจวชื่อกลับเดือดดาลขึ้นก่อน
หากมิใช่เพราะท่านน้าสะใภ้ให้นางแต่งเข้าสกุลฉิน ชีวิตที่ร่ำรวยสูงศักดิ์เช่นนี้จะมีหรือไม่ ภายภาคหน้ายังจะได้เป็นท่านโหวฮูหยิน มียศศักดิ์ประดับกาย!
นางไม่ยอมให้ผู้ใดแช่งด่าท่านน้าสะใภ้
ฉินหยวนเจิ้งกัดฟันกรอด เจ้าสัตว์เดรัจฉานนี่ช่างดึงดันหัวรั้นไม่ฟังอะไรเลย
“ได้ ในเมื่อพวกเจ้าอกตัญญูถึงเพียงนี้ ไม่ยอมปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าที่ใกล้ตาย ถ้าเช่นนั้นข้าจะมัดพวกเจ้าไปแทนฮูหยินผู้เฒ่าเอง”
