ฉินเจาซีลากคนออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังเรือนของเหยียนเกอเอ๋อ
ฉินหยวนโจวเห็นนางมุ่งไปเรือนของเหยียนเกอเอ๋อจริงก็เดือดดาลด่าทอ “อัปปรีย์เอ๋ย เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่! น้องชายเจ้ายังเล็กอยู่! จะเรียกเขาไปทำไม!”
ฉินเจาซีไม่ปริปาก
ทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติเท่าเทียม ร่วมกันกตัญญู
“อัปปรีย์ เจ้ารีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!” ฉินหยวนโจวยังคงเดือดดาลอย่างบ้าคลั่ง
เห็นฉินเจาซีจะเข้าไปในห้องของเหยียนเกอเอ๋อจริง เขาก็ตาแทบถลน
นั่นคือบุตรชายเพียงคนเดียวของเขา
อัปปรีย์นี่ยังคิดจะทรมานเขาอีก
อนุหวงเองก็ใจหายวาบ
แต่นางไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด
คุณหนูรองที่คลุ้มคลั่งช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ไม่เห็นหรือว่านางสามารถลากนายท่านที่ขัดขืนเต็มกำลังจนไร้เรี่ยวแรงไปข้างหน้าได้
ฉินเจาซีมาถึงเรือนของเหยียนเกอเอ๋อ สาวใช้เฝ้าประตูจ้องมองนางตาโตราวกับเห็นผี พลางมองนายท่านและอนุภรรยาที่ถูกนางลากมา ยังไม่ทันได้สติ นางก็ถีบประตูห้องของเหยียนเกอเอ๋อเปิดออก เหยียนเกอเอ๋อที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างในตกใจสะดุ้ง
ท่ามกลางความมืด เห็นเงาร่างคนหลายคนเดินเข้ามา
หนึ่งในนั้นดูเหมือนถูกลากไปกับพื้นด้วย
เหยียนเกอเอ๋อร้องลั่นด้วยความตกใจ
อนุหวงรีบเข้าไปปลอบบุตรชาย “เหยียนเกอเอ๋ออย่ากลัวไป เป็นท่านน้ำและท่านพ่อ แล้วก็...พี่รองเจ้าด้วย”
เหยียนเกอเอ๋อเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ท่านน้ำ พวกท่านมาเวลานี้ทำไมเล่า ทำให้ข้าตกใจหมด”
อนุหวงกลืนความขื่นขม ไม่อาจกล่าวออกไปได้ว่าคุณหนูรองฉินเห็นฮูหยินรองถูกฮูหยินผู้เฒ่ารังแกจนคลั่ง บังคับให้ทุกคนไปอยู่เป็นเพื่อน
