เว่ยซื่อคาดไม่ถึงเลยว่า คนที่ทำร้ายหยวนขุยจะเป็นคุณชายกว้าน
นางคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ
บิดาของนาง พี่ชายทั้งสอง รวมถึงหลานชายหลานสาว ล้วนถือว่าคุณชายกว้านเป็นคนในครอบครัวด้วยใจจริง เหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้
ฉินเจาซีฟังจบจึงเอ่ยถามว่า “เฉียวกว้านวัยเยาว์มีร่างกายอ่อนแอยิ่งนัก เป็นโรคที่ติดตัวมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ กระทั่งหลังจากพวกเจ้าย้ายไปหรงเฉิง ร่างกายของเขาก็ยังไม่ค่อยแข็งแรงใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว คุณชายกว้านร่างกายไม่แข็งแรงมาตลอด” เว่ยซื่อตอบ
สกุลเว่ยก็เสาะหาหมอฝีมือดีมาช่วยปรับสมดุลร่างกายให้คุณชายกว้านตลอด
ฉินเจาซีกล่าวต่อว่า “หลังจากที่ชุยรองประสบเหตุ ร่างกายของผู้นี้กลับแข็งแรงขึ้นวันแล้ววันเล่า ถึงขั้นสามารถติดตามบิดาของท่านเริ่มฝึกวรยุทธ์ได้”
“เป็นเช่นนั้น”
เว่ยซื่อติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัวทางจดหมายเป็นประจำ สภาพการณ์ในบ้านนางล้วนทราบดี
สีหน้าของคนในสกุลชุยต่างก็ไม่สู้ดีนัก
ชุยหยวนขุยมีสีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย
เขายังจำเรื่องราวในวัยเด็กได้บ้าง จำได้ถึงพี่ชายที่มักเรียกเขาอย่างอ่อนโยนว่าน้องอาได้
ฉินเจาซีกล่าวต่อว่า “ตระกูลเฉียวมีบรรพบุรุษที่เชี่ยวชาญศาสตร์ประหลาด แต่บารมีบุญกุศลไม่เพียงพอ ภัยเลยลามไปถึงลูกหลาน”
“เฉียวกว้านอ่านตำราที่ตกทอดในตระกูลตั้งแต่เด็ก รู้ถึงศาสตร์การเปลี่ยนอายุขัย เขาทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว หลังจากคบหากับชุยรองได้ไม่กี่เดือน ก็อิจฉาพลังชีวิตและพลังปราณติดตัวของชุยรอง จึงรู้ว่าชุยรองคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดคนหนึ่งในการเปลี่ยนอายุขัย จึงอ้อนวอนให้นายกองเฉียวช่วยเปลี่ยนอายุขัยให้”
นายกองเฉียวครั้งยังเยาว์ร่ำเรียนมาจากบรรพบุรุษเพียงผิวเผิน เขารู้ว่าบารมีบุญไม่เพียงพอ หากทำการฝืนลิขิตฟ้า ก็มีแต่จะทำร้ายตนเอง ส่งผลร้ายถึงลูกหลาน เขาจึงไม่เคยใช้ศาสตร์ผิวเผินนี้ทำสิ่งใด
