ไท่ฮูหยินฉินจะครบรอบวันเกิดในอีกครึ่งเดือน กำลังปรึกษาหารือเรื่องงานเลี้ยงวันเกิดกับบุตรสะใภ้สองคนและหลานสาวคนโต
นางเอ่ยว่า “แม้มิใช่งานใหญ่โต แต่ตระกูลทรงอิทธิพลเช่นเรา แต่ละปีย่อมต้องจัดงานเลี้ยงวันเกิด ให้จวนคึกคักขึ้นบ้าง งานปีนี้จัดตามธรรมเนียมปีก่อน สะใภ้ใหญ่ดูแลงานเลี้ยง สะใภ้รองควักเงินหมื่นตำลึงออกมา”
“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว” ฮูหยินใหญ่โจวรับคำพลางกล่าวต่อ
“งานเลี้ยงปีนี้ข้าสั่งปลิงทะเลตากแห้งกับรังนกแดงไว้โดยเฉพาะ เผื่อเหลือในจวนท่านแม่จะได้ทานทุกวัน ช่วยบำรุงร่างกาย อายุยืนยาว”
“ดี ดี” ไท่ฮูหยินฉินยิ้มตาหยี พอใจในสิ่งที่สะใภ้ใหญ่จัดแจงยิ่งนัก
นางเจิ้งสะใภ้รองสีหน้าเครียดขึง ในปากขมปร่า
นางเป็นบุตรสาวพ่อค้า
ปีนั้นนายท่านรองแต่งนางเป็นภรรยาต่อ จวนโหวยังเป็นเพียงจวนป๋อ ล้วนพำนักอยู่ที่เมืองผิงโจว
สกุลเจิ้งนับเป็นพ่อค้ามั่งคั่งอันดับต้น ๆ ของเมืองผิงโจว
จวนซุ่นหยางป๋อจะตกอับเพียงใด อย่างน้อยก็ยังมียศฐาบรรดาศักดิ์
สำหรับพ่อค้า แม้เป็นภรรยาต่อก็ยังเป็นสวรรค์ประทาน
นางนำสินเดิมมามากมาย หลังแต่งเข้าจวนจึงรู้ว่าจวนป๋อเป็นเพียงเปลือกนอก ทุกแห่งหนล้วนต้องพึ่งนางอุดหนุน
นางก็ค่อย ๆ กระจ่างแจ้งว่า จวนป๋อรับนางเข้าก็เพราะเห็นแก่นางที่เป็นบุตรสาวพ่อค้า
ภายหลังจวนป๋อได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ด้วยความชอบทางทหาร ฝ่าบาทพระราชทานจวน ทรงอนุญาตให้ย้ายเข้ากรุง
รู้ว่าต้องย้ายเข้าเมืองหลวง ตระกูลเดิมจึงให้เงินมาอีกไม่น้อย ให้นางไปซื้อร้านแปดแห่งกับที่ดินในเมืองหลวง
คิดว่าได้เลื่อนบรรดาศักดิ์แล้ว มีพระราชทานมาแล้ว จวนโหวย่อมไม่ต้องพึ่งนางอุดหนุนอีก
