ในสนามรบ เสียงสังหารศัตรูดังกึกก้อง ผสมกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่ดังเป็นระยะ สร้างขวัญกำลังใจให้ฮึกเหิม
จนกระทั่งฟ้าเริ่มมีแสงสีขาวนวลคล้ายท้องปลา ศัตรูที่ดูเหมือนไม่มีวันตายเหล่านั้นก็เริ่มหันหลังกลับเข้าไปในหมอกเขียว ล่าถอยหายเข้าไปในหมอกเขียวจนลับตา
ซงเสวี่ยหันหน้าไปทางหมอกเขียว เงยหน้าส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนทั่วด่านเขา
เหล่าทหารหอบหายใจ พวกเขาป้องกันด่านไว้ได้อีกหนึ่งวัน
มีทหารตะโกนขึ้นว่า “ชนะแล้ว! วันนี้เราชนะอีกแล้ว!”
เซี่ยย่านจือเต็มไปด้วยคราบเลือดยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างที่ค่อย ๆ ทอขึ้น ใบหน้านิ่งสงบ
อันที่จริงช่วงปีแรก ๆ ของต้าหนิงก็เกิดศึกสงครามไม่ขาดสาย
หลัก ๆ คือการทำสงครามกับแคว้นชื่ออี๋
ชาวแคว้นชื่ออี๋มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำกว่า มีนิสัยชอบรบพุ่งเป็นสันดาน เพราะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ทรัพยากรขาดแคลน ผืนดินแห้งแล้ง จึงหมายปองทรัพยากรและประชากรของต้าหนิง มักก่อสงครามขึ้นบ่อยครั้ง
และแคว้นชื่ออี๋ก็ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเทือกเขาสองลูกนี้
ตรงกลางของเทือกเขาสองลูก บริเวณหมอกเขียวที่ดำทะมึนนั่นคือช่องทางเดียวที่สามารถผ่านไปยังสองแคว้นได้
หากจะข้ามไปทางเทือกเขา ก็ยากราวกับขึ้นสวรรค์ ภูมิประเทศในเทือกเขานั้นซับซ้อน เต็มไปด้วยไอพิษและก๊าซพิษ มีอสูรร้ายนับไม่ถ้วน หน้าผาสูงชันราวกับฟ้าฟันลงมา ไม่มีทางผ่านได้
สงครามกับแคว้นชื่ออี๋ยืดเยื้อมานานหลายสิบปีแล้ว
ส่วนสิ่งเหล่านี้ ปรากฏขึ้นเมื่อหกปีก่อน หมอกเขียวที่ช่องด่านก็ปรากฏขึ้นพร้อมกันในตอนนั้น
สิ่งเหล่านี้ก็คือชาวแคว้นชื่ออี๋นั่นเอง
เซี่ยย่านจือก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดทหารของแคว้นชื่ออี๋จึงกลายสภาพเป็นเช่นนี้
หกปีก่อน พวกมันปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในยามราตรี ราวกับผีร้าย สังหารทหารไปมากมาย
