“ไม่ชินจริง ๆ กินอะไรก็ต้องใช้มือจับ สกปรกโสโครกชะมัด ดีที่พวกเราเตรียมช้อนมาเอง!”
ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลี่เจียเซิ่งกับเพื่อน ๆ กินข้าวเสร็จ ก็เดินออกมาพร้อมบ่นพึมพำ
เดิมที คิดแค่ว่ากินข้าวแกงกะหรี่ไม่คุ้นปาก จึงเตรียมผักดองมาเยอะ
แต่ไม่คาดคิดเลยว่าที่นี่กินข้าวกันด้วยมือล้วน ๆ
ถ้าเป็นของแห้งก็เถอะ
อาหารท้องถิ่นล้วนแต่เป็นพวกน้ำพริกข้น ๆ ซุปข้น ๆ
ความรู้สึกตอนที่มือลงไปคำบนจานนั้น ไม่ต้องพูดกันเลย
ดีที่หลี่เฟยกับพวกมีประสบการณ์ เตรียมช้อนพลาสติกใช้ครั้งเดียวมาด้วย ไม่งั้นคงได้กลับยุคก่อนประวัติศาสตร์กันแน่
ฉินเฟิงส่งสายตาสื่อสารให้หลี่เฟย หลี่เฟยแสร้งทำเป็นหันกลับไปหยิบของ แล้วแอบเลียบ ๆ ชำเลืองมองไปด้านหลัง เห็นทั้งในทางเดินและห้องอาหารมีสายตาหลายคู่จ้องมองมาที่พวกเขาไม่วางตา
หลี่เฟยพูดทันที “สักครู่พักผ่อนหน่อย แล้วค่อยมารวมกันที่ห้องฉัน จะประชุมกัน”
“รับทราบ”
เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงคืนนั้น นักรบพิเศษเทียนหลางต่างออกจากห้องพัก เดินไปประชุมที่ห้องของหลี่เฟย
ตลอดระหว่างทางก็มีสายตาคอยจับตาดูพวกเขาอยู่ตลอด เหมือนกำลังยืนยันว่าพวกเขาไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ
ตอนนั้นเอง สายลับได้รายงานสถานการณ์ให้รองหัวหน้าทีมซีลหกชื่อไข่เหวิน “รองหัวหน้า คนประเทศเหยียนรวมตัวประชุมกัน คุยเรื่องกลยุทธ์ แต่เจ้าตัวแซ่ฉินน่ะ เหมือนอยู่แต่ในห้องนอน ไม่ออกมาเลย”
ไข่เหวินหันกลับมามองวินเซนต์ที่กำลังเช็ดปืนอยู่บนโซฟา แล้วตอบไปหนึ่งประโยค “หาพนักงานสักคน ไปลองดู ดูซิว่าคนนั้นยังอยู่ในห้องหรือเปล่า”
“รับทราบ ผู้บังคับ”
ไม่ช้า สมาชิกทีมซีลที่คอยสังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่ ก็ใช้เงินทิปสิบดอลลาร์ติดสินบนพนักงานโรงแรมหนึ่งคน
ให้เธออ้างว่าเป็นบริการห้องพัก เดินไปเคาะประตูห้องของฉินเฟิง
