“ฮ่าๆๆๆ.......”
ในห้องทำการดังไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงหัวเราะอันแสนคุ้นเคยทำให้ทุกคนผ่อนคลายไปมาก
ในกองทัพ ส่วนใหญ่คือคนมาคนไป แบบพลัดพรากแล้วกลับมาพบกันใหม่แบบนี้ จริง ๆ ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย
นอกจากทุกคนต่างพากันพยายามก้าวไปข้างหน้า ไม่เช่นนั้นแล้วทุกคนจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงใกล้เส้นชัยได้อย่างไร
ที่น่าจับตาคือ ยศของหลี่เจียเซิ่งถูกเลื่อนเป็นร้อยเอก
เพราะผลงานอันโดดเด่นในภารกิจหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการฝึกซ้อม เขาได้รับการเลื่อนขั้นแบบพิเศษจากกองพล
ตอนนี้จ้าวเผิงเฟยไม่อยู่ ฉีเหมิ่งไปฝึกอบรมที่โรงเรียนนายร้อย หลี่เจียเซิ่งต้องแบกรับภาระของหน่วยรบพิเศษเอาไว้เพียงลำพัง
ถึงจะมีหยวนเฟิงช่วยเหลือ แต่ผู้ฝึกก็ดูแลเฉพาะเรื่องการฝึก ไม่ค่อยจะก้าวก่ายชีวิตประจำวันของทหาร ธุระเหล่านี้จึงตกมาอยู่ที่ตัวหลี่เจียเซิ่งทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
ตำแหน่งยิ่งสูง งานยิ่งมาก ความสามารถยิ่งต้องมากตาม
กองพลตั้งความหวังสูงส่งไว้กับกองร้อยดาบเหล็ก และก็ตั้งความหวังไว้กับเขาเช่นกัน
ทำให้หลี่เจียเซิ่งตอนนี้แบกความกดดันมหาศาล นอนไม่หลับบ่อย ๆ หน้าตาดูเหนื่อยล้าและเศร้าหมองมากขึ้นกว่าเดิม
หลี่เจียเซิ่งนวดขมับ ยิ้มขื่นแล้วพูดว่า “พี่เฟิง ครั้งหนึ่งผมเคยคิดจริง ๆ ตอนอยู่หน่วยฝึกทหารใหม่ ก็อยากลงกองร้อยให้เร็วที่สุด พอลงกองร้อยได้ก็อยากสร้างคุณูปการให้เร็ว ๆ เพื่อยศนายทหาร”
“แต่พอเป็นนายทหารแล้ว งานก็ทับซ้อนงาน ทุกวันมีงานไม่จบไม่สิ้น”
