ในตรอกแคบ
ฉินอวี่รวบสาบเสื้อไว้ที่อก ขมวดคิ้วมองแมวเฒ่าแล้วถามว่า “ฉีหลินอยู่กับคุณหรือ?”
“อืม” แมวเฒ่าพยักหน้า “เขาถูกยิง ผมเพิ่งหาหมอมาดูให้”
“ตกลงเขาเป็นอะไรไปกันแน่?” ฉินอวี่ถามต่อ
แมวเฒ่าครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเล่าสถานการณ์ทั้งหมดที่ตัวเองรู้ให้ฉินอวี่ฟังอย่างละเอียด
ฉินอวี่ฟังจบ ก้มหน้าเดินวนอยู่กับที่รอบหนึ่งแล้วถามว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คุณคิดว่าตัวเองจะซ่อนเขาไว้ได้หรือ?”
แมวเฒ่าได้ยินแล้วชะงักไป
“ผมว่า คุณซ่อนเขาไว้ไม่ไหวหรอก ไม่ว่าเพราะอะไร ทางหยวนเค่อก็จะตามเล่นงานเขาต่อไป” ฉินอวี่ก้มหน้าเสริม
แมวเฒ่าก้มหน้าหยิบบุหรี่ไฟฟ้าออกมา สูดเข้าไปแรง ๆ หนหนึ่งแล้วพูดว่า “ที่ผมรีบมาหาคุณขนาดนี้ ก็เพราะอยากขอให้คุณช่วยทำอะไรสักอย่างเพื่อฉีหลิน”
ฉินอวี่ชะงักไปเล็กน้อย “พูดมาเถอะ”
“ผมจะหาทางปกป้องฉีหลิน แล้วส่งเขา แม่กับน้องสาวออกจากซงเจียง คุณช่วยติดต่อเพื่อนบางคนที่อยู่นอกพื้นที่รอจัดระเบียบ หาที่พักให้พวกเขาที” แมวเฒ่าพูดอย่างตรงไปตรงมา “เขาจะออกไปได้ไหมก็แล้วแต่ดวง แต่เรื่องที่ผมควรทำ ผมก็ต้องทำ”
ฉินอวี่จ้องแมวเฒ่า แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นกันว่า “ผมคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับฉีหลินยังไม่ถึงขั้นนั้น”
แมวเฒ่าได้ยินแล้วนิ่งงันไป
“...นี่ไม่ใช่คดีฆ่าคนด้วยอาวุธปืนธรรมดา เบื้องหลังมีผลประโยชน์ขัดแย้งและเหตุผลแอบแฝงมากแค่ไหน คุณเองก็คงรู้ดี ถ้าผมช่วยเขาแล้วพลอยติดร่างแหไปด้วย ถ้าวันหนึ่งผมเกิดเรื่องขึ้นมา ใครจะช่วยผม?” ฉินอวี่ถามอย่างสุขุม
แมวเฒ่าสูบบุหรี่เข้าไปอีกครั้ง
“แมวเฒ่า ผมมาซงเจียงเพื่อซื้อสิทธิ์อยู่อาศัยกับหางานทำ สิ่งพวกนี้ผมต้องใช้เวลาหลายปีในพื้นที่รอจัดระเบียบกว่าจะไขว่คว้ามาได้ คุณมีหัวหน้ากองหลี่คอยหนุนหลัง แต่ผมไม่มี” ฉินอวี่มองแมวเฒ่าอย่างเปิดอก “ขอโทษนะ เรื่องนี้ผมช่วยไม่ได้”
