ออกจากเขต 9 มาได้ไม่นาน แมวเฒ่าก็รู้สึกได้ทันทีว่าอุณหภูมิข้างนอกลดต่ำลงอีก เขานั่งอยู่ในกระบะท้ายรถ มีเสื้อโค้ททหารคลุมทับตัวอยู่สามสี่ตัว ก่อนจะยื่นมือเปิดม่านผ้ากันลม แล้วชะโงกหน้าออกไปมองพลางพูดว่า “นี่คงติดลบตั้งสี่สิบกว่าองศาแล้วมั้ง”
“อืม ใกล้เคียง” ฉินอวี่ถูฝ่ามือเป็นระยะ ก่อนตอบเสียงเบา “อย่านั่งอยู่เฉย ๆ ลุกขึ้นขยับตัวบ้าง ถูตัวให้อุ่นหน่อย”
“เออ ตอนนายมาที่นี่ก็นั่งรถมาเหมือนกันเหรอ” แมวเฒ่าถามขึ้นตามสบาย
“นั่งรถมาได้ช่วงหนึ่ง ที่เหลือเดินเท้า”
“...นายมันนักรบตัวจริงเลยว่ะ” แมวเฒ่าพูดไม่ออก
รถแล่นไปบนถนนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะราวห้าชั่วโมง ก่อนจะจอดที่สถานีเสบียงของทหารรักษาดินแดนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง จากนั้นทั้งคู่ก็ลงจากรถ จ่ายเงิน แล้วขับรถออฟโรดใช้น้ำมันเบนซินที่แทบจะพังเต็มทีออกเดินทางต่อ สภาพแวดล้อมแถวนี้โหดร้ายมาก รถไฟฟ้าล้วนหรือรถไฮบริดมีความเสถียรต่ำเกินไป ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลในอุณหภูมิแบบนี้เลย
รถออฟโรดใช้น้ำมันเบนซินคันนี้เป็นรถที่หัวหน้ากองหลี่ใช้เส้นสายจัดหามาให้ ถึงจะเกือบพังเต็มที แต่ก็เสียเงินไปไม่น้อย ยังดีที่เครื่องทำความร้อนในรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ใช้งานได้ ส่วนสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดก็ยังพอเหลืออยู่ เรียกได้ว่าอึดและทนทานมาก
ระหว่างทาง แมวเฒ่ากวาดตามองผืนดินที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะอย่างเด็กขี้สงสัย สีหน้าเต็มไปด้วยความแปลกใจ เขาชี้ไปยังโครงเหล็กขนาดใหญ่หลายโครงที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร แล้วถามว่า “นั่นเอาไว้ทำอะไร”
