หลังฟ้ามืด ฉินอวี่กับแมวเฒ่าก็ร่วมโต๊ะกินมื้อค่ำกับครอบครัวของฉีหลิน ระหว่างมื้อทั้งคู่คอยปลอบแม่ของฉีหลินไม่หยุด พร้อมยืนยันว่าพอข่าวลือซาลงแล้ว พวกเขาจะหาทางให้ฉีหลินกลับไปเป็นตำรวจในเขต 9 อีกครั้ง
ตอนนี้หญิงชรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาหลงตายแล้ว และไม่เคยหวังให้ลูกชายร่ำรวยมั่งคั่งในอนาคต สิ่งเดียวที่นางปรารถนาคือได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างวันวาน ลูก ๆ มีงานทำ มีข้าวกิน เพียงเท่านี้ ต่อให้นางหลับตาลงกะทันหันในวันใด ใจก็คงสงบได้ ทว่าฉินอวี่กับแมวเฒ่าต่างรู้ดีว่า ตราบใดที่ตระกูลหยวนยังไม่ล่ม และสถานะของฉีหลินยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน การหวังกลับไปเป็นตำรวจในเขต 9 ก็ไม่ต่างอะไรกับฝันลม ๆ แล้ง ๆ
หลังมื้ออาหาร ทั้งสามคนก็เข้าไปในห้องของฉีหลิน แมวเฒ่ายื่นมือปิดประตูให้สนิท ก่อนจะล้วงโทรศัพท์เก่าโทรมเครื่องหนึ่งออกจากกระเป๋า
“โทรศัพท์เครื่องนี้ใช้ซิมเสมือน ผู้ให้บริการก็เป็นบริษัทเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเฟิงเป่ย” แมวเฒ่าส่งโทรศัพท์ให้ฉีหลินพลางบอกว่า “ใช้เครื่องนี้ติดต่อเพื่อนของพี่ชายนาย”
“ได้”
ฉีหลินรับโทรศัพท์มา ได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองข้อมูลติดต่อในสมุดจด ก่อนกดโทรออกทันที
ไม่กี่วินาทีต่อมา ฉีหลินก็ส่ายหน้า “โทรไม่ติด ขึ้นว่าปิดเครื่อง”
ฉินอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าเคร่งเครียดขณะวิเคราะห์ว่า “เป็นไปได้ว่าเพื่อนของพี่ชายนายได้ยินข่าวจากซงเจียง รู้ว่าพี่ชายนายเกิดเรื่องแล้ว ก็เลย...เลิกใช้เบอร์นี้”
