ตอนกลางคืน ซือจิ้นหานกลับมาแล้ว
ซ่งหยุนเหวยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร พอเห็นเขาก็ยิ้มบาง ๆ “กลับมาแล้วเหรอ มากินข้าวกันเถอะ”
ซือจิ้นหานส่งเสียง “อืม” ด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นก็ไปล้างมือแล้วนั่งลงกินข้าว
ปกติทั้งคู่ก็ไม่มีอะไรจะพูดกันอยู่แล้ว ตอนกินข้าวซ่งหยุนเหวยจะปฏิบัติตามกฎ “ทานเงียบนอนเงียบ” อย่างเคร่งครัด ไม่เอ่ยปากสักคำ
“เดี๋ยวฉันอยากออกไปข้างนอก” วันนี้เธอเปิดปากพูดขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ในปากยังเคี้ยวเนื้อกุ้งอยู่
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เธอได้รับโทรศัพท์จากหลินเสี่ยวเสี่ยว เพื่อนสนิทของเจ้าของร่างเดิมที่โทรมาขอยืมเงิน
ถ้าซ่งหยุนเหวยจำไม่ผิด หลินเสี่ยวเสี่ยวคนนี้เป็นหมาจิ้งจอกเขี้ยวขา
เจ้าของร่างเดิมมีเพื่อนอยู่คนเดียว ปกติแทบไม่ออกจากบ้าน คนที่พอจะคุยด้วยบ้างก็มีแต่คนในตระกูลซ่ง ไม่ก็หลินเสี่ยวเสี่ยว
แต่ก่อนหลินเสี่ยวเสี่ยวก็เคยเป็นคุณหนูตระกูลร่ำรวย ทว่าภายหลังครอบครัวล้มละลาย เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตเอาไว้ เธอจึงมาขอยืมเงินจากเจ้าของร่างเดิมเป็นครั้งคราว และเจ้าของร่างเดิมก็รับปากทุกครั้ง
แน่นอนว่าเป็นชามข้าวปล่อยให้หมากิน หายวับไปเลย
ภายหลังซ่งหวานหวานกลับมาตระกูลซ่ง แม้จะไม่ได้ใช้ระบบซัคคิบัสกับหลินเสี่ยวเสี่ยว แต่หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ยังหักหลังเจ้าของร่างเดิมอยู่ดี
เพราะเธอสังเกตเห็นว่าเจ้าของร่างเดิมดูเหมือนจะไม่ได้รับความรักอีกต่อไป ส่วนคนที่ตระกูลซ่งกับซือจิ้นหานเริ่มเอ็นดูก็คือซ่งหวานหวาน เพื่อเอาใจซ่งหวานหวาน หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงหักหลังเจ้าของร่างเดิมโดยไม่ต้องคิดเลยสักนิด
