“นางถึงกับสอบได้จอหงวน แถมยังได้เป็นขุนนางอีก”
เส้นเลือดบนหน้าผากของหลานจื่อปูดโปน ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด
“ที่แท้สตรีผู้เป็นขุนนางจอหงวนที่เลื่องลือกันไปทั่วก็คือนางนี่เอง!”
หลานจื่อเคยนึกภาพชะตาอันน่าอนาถของอีกฝ่ายไว้เป็นร้อยแบบ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นเช่นนี้
“ลูกสาว อย่าเพิ่งร้อนใจไป”
หลิ่วเยาค่อย ๆ จับแขนที่สั่นระริกของบุตรีไว้ ปลอบเสียงเบาว่า “เรื่องยังไม่...”
“นางมีสิทธิ์อะไรถึงสอบได้จอหงวน!”
หลานจื่อสะบัดมือที่จับแขนตนออก น้ำเสียงแหลมสูงเสียดหูจนหลิ่วเยาเผลอยกมือปิดหู
“นางเป็นแค่ลูกนอกสมรสต่ำช้า จะสอบได้จอหงวนได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!”
พูดพลางก็กรีดร้องราวคนเสียสติ ฉีกตำราพิณ เตะกระถางกำยาน ปัดถ้วยชาจนแตกกระจาย
แม้แต่เครื่องประดับที่ทะนุถนอมดุจสมบัติล้ำค่า ก็ยังถูกโยนลงพื้นแล้วเหยียบย่ำ
“นางคิดจะทำอะไรกันแน่ จะทวงสถานะบุตรีภรรยาเอกคืนหรือ?”
“หรือคิดจะอาศัยตำแหน่งจอหงวนมาแย่งหมิงเฉอไปจากข้า!”
ขุนนางหญิง ขุนนางหญิง...
ความริษยารุนแรงถาโถมเข้ากลางอก หลานจื่อกรีดร้องจนเสียงแหบพร่า
“ต้องใช่แน่ ต้องใช่แน่!”
“นางคิดจะทำให้ข้าด้อยกว่า เพื่อให้ท่านพ่อกับพี่หมิงเฉอมองนางสูงขึ้นและชอบนาง!”
หลานจื่อร้องตะโกนพลางปัดข้าวของ ท่าทางคลุ้มคลั่งของนางทำให้หลิ่วเยาตกใจจนมือไม้ไม่รู้จะวางตรงไหน
นางรู้ว่าบุตรีคงยากจะยอมรับเรื่องนี้ แต่ปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้ก็เกินกว่าที่นางคาดคิด
กระทั่งหลานจื่อกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เพราะโทสะพลุ่งพล่านจนหมดสติไป ห้องจึงกลับคืนสู่ความสงบ
หลิ่วเยาเฝ้าบุตรีด้วยความกังวลตลอดทั้งคืน กระทั่งฟ้าสางรำไร หลานจื่อจึงฟื้นขึ้นมาในที่สุด
