เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลี่หลี่เจิ้งก็ประกาศให้แต่ละครอบครัวไปรับเนื้อหมูป่า
แต่ละครอบครัวจะได้เนื้อราว 10 ชั่ง ส่วนสัตว์ป่าตัวเล็กที่ล่ามาได้เมื่อวาน ใครเป็นคนล่าก็เป็นของคนนั้น ไม่แบ่งแล้ว!
หลี่เอ้อร์จู้รับเนื้อส่วนแบ่งมา หวังชุ่ยหลันยื่นมือไปรับ “น้องรอง เอาเนื้อมาให้ข้าเถอะ ข้าจะเอาไปตากให้แห้ง เช้านี้จะต้มโจ๊กใส่เนื้อให้คนในบ้านกิน บำรุงร่างกายกันหน่อย!”
หลี่เอ้อร์จู้ส่งเนื้อให้นาง จากนั้นก็ไปนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เหตุใดคนตั้งมากมายออกไปล่าสัตว์ แต่เขากลับได้นอกจากเนื้อแบ่งแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย!
แม้แต่เด็กสองคนยังล่าไก่ป่ามาได้คนละตัว
ต้องโทษโจวต้าหย่งที่เห็นเขาถูกหมูป่าไล่แล้วยังไม่ช่วย ไม่อย่างนั้นเขาคงล่าสัตว์มาได้แล้ว!
เขากัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำ สาบานด้วยความแค้นว่าสักวันหากมีโอกาส จะทำให้คนพวกนั้นที่หัวเราะเยาะเขาได้เห็นดีกัน!
หวังชุ่ยหลันย่างเนื้อไปพลาง แอบเก็บซ่อนไว้ส่วนหนึ่งไปพลาง
เนื้อพวกนี้นางอยากเหลือไว้ให้พ่อแม่กับน้องชาย ไม่รู้ว่าพวกเขาหนีภัยแล้งออกมาแล้วหรือยัง!
ตอนนั้นรีบร้อนจากมามาก อีกทั้งยังไม่ทันได้เอาอาหารไปให้พวกเขาเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง!
พ่อแม่ที่หวังชุ่ยหลันเป็นห่วงกำลังทำท่าราวกับไก่ชนสองตัว ต่างฝ่ายต่างชี้หน้าต่อว่ากันด้วยความโมโห
อู๋เฉียนเหนียงชี้หน้าหวังไหลจื่อแล้วด่าว่า “ดีนักนะ! ไอ้หวังไหลจื่อ ที่บ้านเหลือแผ่นแป้งอยู่แผ่นเดียว เจ้ายังกล้าแอบกินหมดอีก
ไม่เหลือให้ข้ากับลูกสักนิด
ในใจเจ้ายังมีแม่ลูกอย่างพวกข้าอยู่หรือไม่?”
หวังไหลจื่อถุยน้ำลาย “เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ เสบียงในบ้านไม่ได้เข้าปากพวกเจ้าจนหมดหรอกหรือ
ข้าหวังไหลจื่อเป็นคนเหลวไหลก็จริง แต่ข้ากล้าพูดว่าทุ่มเทใจให้พวกเจ้าสองแม่ลูกหมดแล้ว