ซ่งชิงอู่สวมเสื้อคลุมนอนนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ให้ฮว่าเหมยช่วยหวีผมให้
พลางหลับตาลงนึกถึงสิ่งที่อาจทำได้ในคืนนี้
ในชาติก่อน ครานี้นางเขียนหนังสือหย่าเตรียมจะขอถอนตัวออกเรือน นำทรัพย์สินส่วนตัวออกจากเมืองหลวง ไปหานครเล็กๆ สักแห่งอยู่อย่างสงบ
ใครจะคิดว่ายังไม่ทันได้เอ่ยกับเผยอวิ๋นถิง ก็ถูกพวกเขาคิดร้ายเสียก่อน
คืนนี้หากสำเร็จ นางยังอาจฉกฉวยตราประทับของเผยอวิ๋นถิงมาประทับลงบนหนังสือหย่านั่น
เช่นนั้น เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว นางก็จะหย่าด้วยตนเอง ออกจากตระกูลเผย
กำลังคิดเพลิน ฮว่าเหมยข้างหลังพลันเอ่ยรายงานว่า “คารวะท่านนายใหญ่”
ซ่งชิงอู่พลิกกายหันไปตามสัญชาตญาณ ก็พบว่าผู้อยู่ข้างหลังคือเผยอวิ๋นถิง!
เผยอวิ๋นถิงฝึกฝนในสนามศึกสองปี รูปร่างกำยำสูงใหญ่ยิ่งขึ้น เด็กหนุ่มองอาจแต่เดิม บัดนี้เพิ่มความสุขุมและหนักแน่น ท่วงท่ายิ่งเย็นชาแข็งกร้าว
แต่ยามนี้ ใต้คิ้วเข้มคมนั้น แววตาล้ำลึกเป็นประกายมีแววอ่อนโยนไม่ปกตินัก
“ข้าทำให้เจ้าตกใจหรือ” เผยอวิ๋นถิงลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว จ้องมองนางเงียบๆ
ซ่งชิงอู่ตรงหน้ามิได้ทาแป้ง ใบหน้าเล็กเรียบง่าย ดวงตางามดำใสดั่งกวางน้อยตื่นตระหนกน่าเอ็นดู
อีกทั้งยังดุจดอกบัวขาวบริสุทธิ์งดงาม พร้อมหยาดน้ำค้างยามเช้าฉ่ำใส กระจ่างไร้ที่ติ แก้มแดงระเรื่อสองข้าง เพิ่มเสน่ห์และความหวานละมุนให้นางอีกหลายส่วน
เขารู้มาตลอดว่านางงาม
มิเช่นนั้น ต่อให้บิดามารดากล่าวว่า การแต่งสตรีสกุลซ่งจะทำให้จวนแม่ทัพมั่งคั่งมีหน้ามีตา เขาก็ไม่ยอมแต่งบุตรีพ่อค้าเงินหึ่งเช่นนี้
แต่เพื่อมิให้นางหลงลำพอง เขาจึงแสร้งเมาหลบเลี่ยงการเข้าหอในคืนวันแต่งงาน นับเป็นการข่มนาง
ทว่าความจริงระหว่างออกรบสองปี เขามักหวนนึกถึงท่วงท่าอายๆ อ่อนหวาน งามโดยไม่รู้ตัวของนางในคืนนั้น
สองปีผ่านไป ซ่งชิงอู่ราวกับเบ่งบาน ละทิ้งความเขินอายเมื่อเพิ่งปักปิ่น เพิ่มความตราตรึงขึ้นอีกหลายส่วน
กล่าวพลาง เผยอวิ๋นถิงยื่นมือไปยังซ่งชิงอู่ แต่นางกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เสียงเบาตอบว่า “ไม่มีอะไร”
การถอยนี้ ทำให้มือเผยอวิ๋นถิงแข็งค้างกลางอากาศ แววอบอุ่นบนหน้าค่อยๆ จางหาย ดวงตากลับคืนสู่ความเย็นชาถือดีเช่นเคย
“เราสองปีไม่พบหน้า นี่คือท่าทีเจ้าปฏิบัติต่อสามีหรือ”
เผยอวิ๋นถิงกล่าวพลางเงยหน้ามองจ้องนาง ราวกับไต่สวนนักโทษ
ซ่งชิงอู่ระงับความตื่นเต้นเมื่อครู่ หลุบตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “ท่านนายใหญ่พึ่งกลับเมืองหลวง ช่วงนี้ธุระมากมาย มิเอารีบนอนเถิด”
เผยอวิ๋นถิงได้ฟังกลับคลายสีหน้า หัวเราะ “อดใจรอไม่ไหวถึงเพียงนี้เชียว”
จากนั้นยื่นมือออก ค่อยๆ เกี่ยวคางนางขึ้น แฝงความยั่วยวนพลางว่า “เงยหน้าให้สามีดูหน่อย”
การสัมผัสกะทันหัน ทำให้ใจซ่งชิงอู่รัดแน่น
นิ้วหยาบกร้านของเขาถูผิวอ่อนนุ่มของนาง
ความเกลียดชัง ความหวาดกลัว และความรังเกียจพวยพุ่งในใจนาง
ร่างของนางสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
แต่เผยอวิ๋นถิงกลับคิดเพียงว่านางสั่นเพราะตื่นเต้นและประหม่าตื่นตัว
เรือนร่างอ่อนแอสั่นสะท้านนั้น ทำให้เผยอวิ๋นถิงอดตื่นเต้นมิได้
ใต้หน้าท้องสามนิ้ว ได้แน่นขนัดปราดเปรียว พร้อมจะเคลื่อนไหว
“นายหม่ำเหยียนสอนอะไรเจ้าบ้างวันนี้ อีกประเดี๋ยวให้ข้าดูให้หมด”
ว่าแล้ว เผยอวิ๋นถิงก็ช้อนนางในท่านอนขึ้นอย่างกะทันหัน ก้าวใหญ่ตรงไปยังเตียง
ความวูบไหวไร้น้ำหนักทำให้ซ่งชิงอู่เวียนศีรษะ
พอภาพชัด ก็ถูกเผยอวิ๋นถิงกดทับใต้ร่าง
ซ่งชิงอู่ตื่นเต้นจนหายใจไม่ทัน
ด้วยร่างบางอ่อนแอนี้ ไม่อาจต้านการรุกของเผยอวิ๋นถิงได้เลย
ครานี้จึงได้แต่พูดกับเขาเพื่อดึงความสนใจ ถ่วงเวลาให้ตน
“ท่านนายใหญ่โปรดรอ” นางใช้มือดันอกที่อยู่เพียงเอื้อมของเขา “ข้ามีเรื่องหนึ่งจะถามท่าน”
เผยอวิ๋นถิงก้มสูดกลิ่นหอมรำไรจากคอเสื้อคลุมนอน สมองเลื่อนลอยแล้ว ตอบอย่างหมดความอดทนเล็กน้อย “อะไร”
“ท่านนายใหญ่คิดเห็นอย่างไรกับซ่งหว่านอี๋น้องสาวข้าผู้นั้น”
เมื่อได้ยินชื่อซ่งหว่านอี๋ การกระทำของเผยอวิ๋นถิงชะงัก สมองปลอดโปร่งขึ้นหลายส่วน
“เจ้ากลัวนางจะมาแทนที่เจ้าหรือ” เผยอวิ๋นถิงเงยหน้าถาม
เห็นซ่งชิงอู่มองเขาเงียบๆ เผยอวิ๋นถิงแอบถอนใจแล้วว่า “เจ้าวางใจเถิด นางไม่มีทางแทนที่เจ้าได้ ข้าเพียงมองนางเป็นน้องสาว”
สตรีก็เช่นนี้
ชอบยืนยันซ้ำๆ ในยามสำคัญ ว่าบุรุษรักตนหรือไม่
เผยอวิ๋นถิงกลับเห็นว่าเช่นนี้ไร้รสชาติยิ่งนัก
จึงไม่รอให้ซ่งชิงอู่ถามอีก ก็ก้มลงจูบลำคอขาวละเอียดของนาง
ซ่งชิงอู่สะดุ้งสุดตัว แทบจะกรีดร้อง
พร้อมกันนั้น นอกเรือนหลังใหญ่พลันมีเสียงร่ำไห้ตื่นตระหนกดังขึ้น
“คุณชายเผย! นายหญิงบ้านเรากำเริบพิษเป็นไข้สูง ปากพร่ำกล่าวเพ้อเรียกหาชื่อคุณชายเผยตลอด ขอเชิญคุณชายไปดูนางที่จวนสกุลซ่งด้วยเถิด!”
ซ่งชิงอู่จิตใจฮึกเหิม
มาแล้ว!
ซ่งหว่านอี๋ส่งแม่นมข้างกายมาสมดังคาด!
เผยอวิ๋นถิงได้ยินเสียงร้อง รีบหยุดเคลื่อนไหว ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นไม่ต้องคิดก็ลงจากเตียง จัดเสื้อผ้าตน
ซ่งชิงอู่พยุงกายลุก กดหางคิ้วถามอย่างอดกลั้น “ท่านนายใหญ่จะไปจวนสกุลซ่งหรือเจ้าคะ”
เผยอวิ๋นถิงก้มหน้าผูกเชือกเอว พลางว่า “อืม หว่านอี๋เป็นไข้สูง ข้าต้องไปดูนาง”
จัดเสร็จก็จะเดินออก ทันใดนั้นเหมือนนึกอะไรได้ พลันหยุดเท้า หมุนกายมองซ่งชิงอู่ เอ่ยแฝงความรู้สึกผิดเล็กน้อย “คืนนี้ไม่ต้องรอข้า ภายหลังข้าจึงจะมาหาเจ้าที่เรือน”
ซ่งชิงอู่นอนตะแคงบนเตียงโบกมือให้นาง ดูเป็นคนรู้ความและใจกว้างยิ่ง “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ สุขภาพน้องหว่านอี๋สำคัญกว่า ท่านนายใหญ่ระวังตัวระหว่างทางด้วย”
เผยอวิ๋นถิงกลับขมวดคิ้ว ลอบคิดว่าสตรีนี่เหตุใดเหมือนไม่โกรธเลยสักนิด
ในขณะนั้น ซ่งชิงอู่พลันรั้งเขาไว้ “ท่านนายใหญ่!”
เผยอวิ๋นถิงแอบดีใจ นางยังเสียดายเขาเป็นแน่
กลับได้ยินซ่งชิงอู่กล่าวต่อ “ร้านยาหอมมีใบรายการหลายฉบับต้องให้ท่านตรวจสอบและประทับตรา ขอยืมตราประทับของท่าน...”
ยังไม่ทันนางพูดจบ เผยอวิ๋นถิงก็โยนตราประทับของตนให้นาง
“เจ้าลงชื่อประทับตราเองเถิด ไม่ต้องให้ข้าดูแล้ว”
สิ้นเสียง ร่างคนก็หายไปจากเรือนหลังใหญ่
ต่อมา แม่เฝิงก้าวสามย่างเหลียวหลังเข้าห้องใหญ่ เห็นซ่งชิงอู่เหม่อลอยบนเตียง ใจทั้งเจ็บปวดและโกรธเคือง
“คุณนายน้อย ไอ้เฒ่านี่กลับจวนสกุลซ่งบอกข่าวนั่นไป ใครจะคิดว่าคุณหนูซ่งผู้นั้นจะกล่าวต่อหน้าไอ้เฒ่าว่าตนกำเริบพิษ สั่งให้แม่เถายาวตามไอ้เฒ่ากลับมาเชิญท่านนายใหญ่ไป!
ท่านนายใหญ่จากไปจริงๆ? ท่านจะทำอย่างไรเล่า!”
คำของแม่เฝิงนั้น ซ่งชิงอู่ไม่ได้ฟังเข้าหูสักคำ
นางกำตราประทับของเผยอวิ๋นถิงลงจากเตียง รองเท้ายังไม่ได้สวม เดินเท้าเปล่าไปงัดหนังสือหย่าที่เขียนเตรียมไว้จากกล่อง ประทับตราเขาลงไป
แล้วหยิบพู่กันหมึก เขียนชื่อตนลงอีกฟากของหนังสือหย่า
เห็นคุณนายน้อยลงนามในหนังสือหย่าแล้ว คำตำหนิของแม่เฝิงก็ชะงัก กลับถอนหายใจแทน
“คุณนายน้อย ท่านจะหย่ากับท่านนายใหญ่จริงๆ หรือ”