“คุณนายผู้เฒ่า ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ...”
แม่บ้านก้มหน้า พูดจาตะกุกตะกักอย่างลนลาน
คุณนายผู้เฒ่าเฟิงวางมือลงบนที่วางแขนของรถเข็น แล้วตบลงไปแรง ๆ
“ซ่งหยวนเอายาไปใช่ไหม? ยานั่นหลิ่วหลิ่วอุตส่าห์ตามหาตั้งนานกว่าจะเจอ ซ่งหยวนไม่อยากให้ฉันหายดีสินะ”
“เปล่าค่ะ”
แม่บ้านหยิบกล่องยาออกมา
“ยังรู้ความอยู่บ้าง รีบเอามาให้ฉันกินสักเม็ด”
ตอนนี้คุณนายผู้เฒ่าเฟิงไร้เรี่ยวแรงไปทั้งตัว ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีพลังแบบนั้นห่างหายไปนานแล้ว
“แต่ว่า...”
คุณผู้หญิงบอกว่ายานี้มีพิษค่ะ
แม่บ้านยังพูดไม่ทันจบ คุณนายผู้เฒ่าเฟิงก็ฉวยกล่องยาไปก่อนแล้ว
หยิบยาเม็ดหนึ่งใส่ปาก
พอกินยาเข้าไป ร่างกายก็ร้อนผ่าว เรี่ยวแรงแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู
ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงหายไปแล้ว
เธออดยิ้มชมไม่ได้
“ต้องยกให้หลิ่วหลิ่วจริง ๆ กินแล้วเห็นผลทันตา พยุงฉันขึ้นไปชั้นบนที”
แม่บ้านเห็นคุณนายผู้เฒ่าเฟิงกำลังจะลุกจากรถเข็น
จึงรีบเข้าไปประคอง “คุณนายผู้เฒ่า ให้ฉันเข็นขึ้นไปชั้นบนดีกว่าค่ะ”
“ไร้สาระ! ตอนนี้ฉันมีแรงเต็มตัว เดินขึ้นไปเองได้”
“ก็ได้ค่ะ”
แม่บ้านไม่กล้าพูดอะไรต่อ
คุณนายผู้เฒ่าเฟิงค่อย ๆ เดินขึ้นไปชั้นบนทีละก้าวอย่างที่ว่าไว้จริง ๆ
แม่บ้านถอนหายใจอย่างโล่งอก บางทีซ่งหยวนอาจพูดเกินจริงเรื่องผลข้างเคียงของยาก็ได้
เห็นคุณนายผู้เฒ่าเฟิงไม่มีอาการผิดปกติอะไร แถมยังลุกเดินได้แล้ว
ดูท่าร่างกายคงดีขึ้นจริง ๆ
ซ่งหยวนเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ หลี่ซูก็วิ่งตามมาจากด้านหลัง
“หยวนหยวน”
ซ่งหยวนหันกลับมา “แม่คะ หนูกลับก่อนนะคะ แม่รีบกลับไปเถอะค่ะ”
