“ยังจะผ่าตัดอยู่ไหมครับ?”
คุณหมอจางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า แต่ไม่เห็นซ่งหยวน จึงโทรศัพท์มาถาม
บางทีซ่งหยวนอาจเปลี่ยนใจ ไม่อยากทำแท้งลูกที่กว่าจะได้มาก็ไม่ง่ายแล้ว
สีหน้าของยายเฟิงพลันเปลี่ยนไป ก่อนจะซักถามซ่งหยวน
“เธอจะผ่าตัดอะไร? เป็นโรคอะไรงั้นเหรอ?”
ถ้าซ่งหยวนเป็นโรคร้ายอะไรขึ้นมา ยายก็ยิ่งมีข้ออ้างไล่เธอออกจากตระกูลเฟิง
ถึงตอนนั้น ต่อให้หลี่ซูอยากห้ามก็ห้ามไม่อยู่
ซ่งหยวนจ้องโทรศัพท์ในมือยายเฟิงเขม็ง
“ผ่าตัดเล็กน่ะค่ะ”
สายนี้โทรมาอย่างกะทันหัน เธอยังคิดข้ออ้างไม่ออกว่าจะพูดอะไรเพื่อคลายความสงสัยของยายเฟิง
“ผ่าตัดเล็กอะไร ฉันบอกไว้เลยนะ สะใภ้ตระกูลเฟิงห้ามมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่อย่างนั้นจะส่งผลต่อการสืบทอดทายาทให้ตระกูลเฟิง”
เสียงหนักแน่นของยายเฟิงก้องกังวานไปทั่วห้องรับแขก
ยายในตอนนี้ดูราวกับเป็นคนละคนกับหญิงชราที่อ่อนแอเมื่อสามปีก่อน
ซ่งหยวนนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหาเหตุผลขึ้นมาพูดส่ง ๆ
“ผ่าตัดเล็กทางนรีเวชค่ะ”
“ฮึ!”
ยายเฟิงตบโต๊ะ ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ
“ซ่งหยวน ฉันก็ว่าแล้วว่าเธอต้องมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ตัวเองมีลูกไม่ได้ก็อย่ามาเกาะซิ่วเหยียน ผู้หญิงที่คลอดลูกได้มีถมเถไป เดี๋ยวฉันจะโทรหาซิ่วเหยียน ให้เขาหย่ากับเธอเดี๋ยวนี้”
พูดจบยายเฟิงก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์
เปิดหน้าจอแล้วค้นหาเบอร์โทรศัพท์
คุณหมอจางยังไม่ได้วางสาย จึงได้ยินคำพูดของยายเฟิงทุกคำ
ซ่งหยวนแย่งโทรศัพท์มาแนบหู
“คุณหมอจางคะ เดี๋ยวฉันไปเดี๋ยวนี้ ฉันจะผ่าตัดแน่นอนค่ะ”
“เฮ้อ คุณซ่ง ถ้าตัดสินใจแล้วก็รีบมานะครับ”
คุณหมอถอนหายใจแล้ววางสาย
เรื่องของคนอื่น เขาเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้
ซ่งหยวนต้องทนอยู่ในครอบครัวแบบนี้ คงทุกข์ใจไม่น้อย ทำแท้งแล้วหย่าเสีย บางทีนี่อาจเป็นทางออกสำหรับเธอก็ได้
