“ญาติของคนไข้ท่านไหนคะ?”
ตอนที่ซ่งหยวนถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล แพทย์ถามขึ้นเช่นนั้น
เมิ่งอวี้กับเพื่อนอีกคนพาซ่งหยวนมาห้องฉุกเฉิน
เขามองซ่งหยวนที่ถูกเข็นเข้าไป ก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เขาอธิบายกับแพทย์อย่างกระอักกระอ่วน
“คุณหมอครับ พวกเราเป็นเพื่อนของเธอ ครอบครัวกำลังเดินทางมาครับ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
แพทย์หันกลับไปปิดประตูห้องฉุกเฉิน
แสงไฟสว่างจ้าส่องลงบนตัวซ่งหยวน เธอกำมือหมอแน่น
“ลูกของฉันจะรักษาไว้ไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ?”
แพทย์ขมวดคิ้วแน่น “เรื่องนี้รับประกันไม่ได้ค่ะ เราจะพยายามอย่างเต็มที่”
“ญาติคนไข้ล่ะคะ? ทำไมยังไม่มาอีก?”
แพทย์หยิบเอกสารในมือขึ้นมา “การผ่าตัดต้องให้ญาติเซ็นยินยอมค่ะ ไม่อย่างนั้นทางเราผ่าตัดให้ไม่ได้”
เมิ่งอวี้ที่อยู่ด้านนอกกระวนกระวายจนเดินวนไปมา เขาโทรหาเฟิงซิ่วเหยียน แต่ไม่มีใครรับสาย
“คุณหมอครับ รออีกหน่อยนะครับ พี่เฟิงมีธุระ เดี๋ยวก็มาแล้ว ได้ไหมครับ…”
“ญาติอะไรกันคะ คนไข้กำลังจะเป็นจะตายอยู่แล้ว มีธุระอะไรสำคัญกว่าชีวิตภรรยาตัวเองอีก?”
แพทย์พูดเสียงเย็นชา ก่อนจะปิดประตูห้องฉุกเฉินลงอีกครั้ง
ซ่งหยวนยันตัวลุกขึ้นจากเตียงผ่าตัดเย็นเฉียบ ริมฝีปากซีดขาวสั่นระริก
“คุณหมอคะ ฉันเซ็นเองค่ะ”
เธอหยิบปากกาขึ้นมา เซ็นชื่อตัวเองอย่างสั่น ๆ ที่ด้านล่างของเอกสาร
“คุณหมอคะ ลูกของฉัน…”
“วางใจเถอะค่ะ เราจะพยายามรักษาเด็กคนนี้ไว้อย่างเต็มที่”
ซ่งหยวนค่อย ๆ เอนตัวลงนอน ไม่พูดอะไรอีก
หากสุดท้ายเธอรักษาลูกคนนี้ไว้ไม่ได้ ก็คงเป็นเพราะเธอกับลูกไม่มีวาสนาต่อกัน
