“พี่สะใภ้ อย่าหวังไว้สูงนักเลย! เขายังดักกระต่ายไม่เป็นด้วยซ้ำ...”
ในบ้าน หวังหลินหว่านบ่นกับหลินซิ่วเหลียนว่า “ไม่แน่เดินไปได้ครึ่งทาง เขาก็หาที่เอาปืนล่าสัตว์ไปแลกเหล้ามาดื่มแล้ว”
หลินซิ่วเหลียนกอดยายาที่เพิ่งหลับสนิทไว้ในอ้อมแขน ในใจกระวนกระวายไม่น้อย
ทั้งหวังให้หวังเจิงหรงหาของกินกลับมาได้จริง ๆ และกลัวว่าจะต้องผิดหวังอีกครั้ง
“รออีกหน่อย เขาสาบานไว้แล้ว”
หลินซิ่วเหลียนพูดเสียงเบา “เชื่อเขาเป็นครั้งสุดท้ายอีกครั้ง...”
ด้านนอกบ้าน ลมเหนือเย็นยะเยือกพัดพาหิมะปลิวว่อน ปะทะใบหน้าเจ็บแสบเหมือนถูกมีดบาด
หวังเจิงหรงยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ เดินไปได้ไม่ไกล เหงื่อเย็นก็ผุดขึ้นทั่วตัว
เขาเพิ่งออกจากประตูบ้านไปได้ไม่ไกล ชาวบ้านสองสามคนตรงทางแยกเห็นเขาแบกปืนล่าสัตว์ จึงอดมองซ้ำหลายครั้งไม่ได้
“อ้าว เขาแบกปืนล่าสัตว์เก่าของพ่อออกมาจริง ๆ ด้วย จะขึ้นเขาไปล่าสัตว์หรือไง?”
“อย่ามาล้อเล่นน่า เขาเป็นคนยังไง พวกเรายังไม่รู้อีกเหรอ?”
“เมื่อก่อนนอกจากเล่นพนันกับดื่มเหล้าแล้ว ก็ไม่มีความสามารถอะไรเลย ยังจะล่าสัตว์อีก?”
“สงสัยขึ้นเขาไปเดินวนรอบหนึ่ง แล้วก็หาที่เอาปืนล่าสัตว์ไปแลกเหล้าดื่มนั่นแหละ”
“นั่นสิ ในเขาอันตรายจะตาย พ่อกับพี่ชายของเขาก็ตายในเขากันหมด!”
“สภาพร่างกายอย่างเขา อย่าว่าแต่ไม่ได้สัตว์เลย เผลอ ๆ จะทิ้งชีวิตไว้ในป่าอีกคน”
ถ้าเป็นชาติก่อน หวังเจิงหรงคงโมโหจนด่ากลับไปแล้ว
แต่ตอนนี้ เขาเพียงกระชับปกเสื้อบุนวมเก่า ๆ ให้แน่น แล้วเดินหน้าต่อไป ต้าหวงเดินตามอยู่ข้างขา
สุนัขตัวนี้ผอมจนเห็นซี่โครงชัดเจน แต่กลับดูกระฉับกระเฉงไม่น้อย
มันก้มจมูกแนบผิวหิมะ ดมพื้นไปตลอดทาง
หวังเจิงหรงจำได้แม่นยำว่าวันนี้ในชาติก่อน
หลังจากโจวซานผีพาหลินซิ่วเหลียนไปแล้ว เขาก็ได้ใจ เตรียมไปดื่มฉลองกับพวกพ้อง
พอเดินมาถึงป่าตรงตีนเขาแถบนี้ ก็เจอหมูป่าบาดเจ็บตัวหนึ่ง เท่ากับได้หมูมาฟรี ๆ
แต่ตอนนี้เขาเกิดใหม่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว โจวซานผีคงไม่มีอารมณ์ชวนเพื่อนฝูงไปดื่มเหล้าแล้ว
หมูป่าบาดเจ็บตัวนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะยังหลบซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งตรงตีนเขา
แต่ชาติก่อนเขาได้ยินคนในหมู่บ้านคุยกันเล่น ๆ หลังเกิดเรื่องไปแล้วเท่านั้น
เขาไม่รู้เลยว่ามันอยู่ในป่าบริเวณไหน ทำได้แค่พึ่งโชค
ถ้าเจอมันเข้า หมูป่าตัวเดียวก็พอให้ทั้งครอบครัวผ่านปีอดอยากไปได้
แถมยังเหลือเนื้ออีกไม่น้อย เอาไปแลกธัญพืชหยาบได้ด้วย
ถ้าไม่เจอ ก็ล่าสัตว์ตัวเล็กอย่างกระต่ายกับไก่ป่าไปก่อน จะไม่ฝืนสู้กับสัตว์อันตรายเด็ดขาด
หวังเจิงหรงพาต้าหวงเดินเลียบชายป่าไปช้า ๆ สายตากวาดมองพุ่มไม้และหลุมดินทุกแห่ง
มีเพียงนกหิมะไม่กี่ตัวที่บินหนีไป แม้แต่กระต่ายป่าสักครึ่งตัวยังไม่เห็น
ในปีที่อดอยาก สัตว์ป่าในเขามีอยู่น้อยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่หลบเข้าไปในป่าลึกเพื่อหนีหนาว
ขณะที่เขากำลังคิดจะเลิกหา แล้วเปลี่ยนไปตามล่าสัตว์ตัวเล็กแทน
ต้าหวงที่เดินนำหน้าเพื่อสำรวจทางก็หยุดกึกขึ้นมา
ขนตามแนวหลังของมันชันตั้ง พร้อมส่งเสียงขู่ต่ำ ๆ
กลิ่นคาวสาบฉุนจัดลอยตามลมและหิมะเข้าจมูกหวังเจิงหรง
หวังเจิงหรงกำปืนล่าสัตว์บนหลังแน่น แล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าไปอีกสองก้าว จึงมองเห็นสภาพด้านในชัดเจน
หมูป่าตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ในแอ่งดิน ด้านข้างลำตัวมีบาดแผลลึกจนเนื้อหนังเปิดออก
เลือดสีแดงคล้ำซึมย้อมหิมะใต้ตัวจนมืด คงบาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายตัวอื่นมาก่อน
แต่ถึงจะบาดเจ็บสาหัส หมูป่าตัวนี้ก็ยังมีร่างกายกำยำ
เขี้ยวหนาโค้งงอนยื่นออกมาจากปาก ดวงตาเล็ก ๆ เต็มไปด้วยแววอำมหิต
เมื่อได้ยินเสียง มันก็พยายามยันร่างหนักอึ้งให้ลุกขึ้น เสียงหอบฮึดฮัดหนัก ๆ ดังขึ้นไม่ขาด
มีหมูป่าตัวนี้อยู่จริง ๆ ด้วย!
หวังเจิงหรงดีใจ แต่แผ่นหลังกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นในทันที
เขาจำได้ว่าในชาติก่อน โจวซานผีกับพวกมีผู้ชายร่างกำยำอยู่หลายคน
พวกนั้นใช้ก้อนหินกับไม้ผลัดกันโจมตี ค่อย ๆ ทำให้หมูป่าหมดแรง กว่าจะฆ่ามันได้ก็แทบแย่
แต่ตอนนี้มีแค่เขาที่เพิ่งหายป่วยได้ไม่นาน กับสุนัขแก่ที่หิวจนหนังหุ้มกระดูก
ถ้าปะทะกันซึ่งหน้า พลาดนิดเดียวก็อาจต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
แต่ในสายตาของเขา หมูป่าตรงหน้ากลับเป็นกองเนื้อกองหนึ่ง
เขาตายมาแล้วตั้งสามครั้ง จะให้ยอมแพ้ได้ยังไง!
หวังเจิงหรงข่มความตื่นตระหนกในใจ กดหัวต้าหวงไว้ ไม่ให้สุนัขซื่อสัตย์พุ่งเข้าไปเสี่ยงตายโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
เขาเองก็ไม่กล้าลั่นไกทันที กลัวว่าถ้ายิงพลาด จะยิ่งทำให้สัตว์ร้ายตัวนี้คลุ้มคลั่งกว่าเดิม
เขากวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว ข้าง ๆ มีต้นสนต้นหนึ่ง มีกิ่งไม้ใหญ่ยื่นออกมาในแนวเฉียง
หวังเจิงหรงกดเสียงต่ำ “ต้าหวง ล่อมันมาทางนี้!”
ต้าหวงดูเหมือนจะเข้าใจแผน มันย่อตัวแล้วอ้อมไปด้านข้าง เห่าใส่หมูป่าอย่างบ้าคลั่ง จงใจยั่วโมโห
หมูป่าที่บาดเจ็บสาหัสกำลังเดือดดาลอยู่แล้ว พอถูกยั่ว มันก็กระทืบเท้าพุ่งออกมาทันที พร้อมคำรามอู้อี้
บาดแผลถูกดึงรั้ง ทุกครั้งที่วิ่งก็มีเลือดหยดลงมา แต่แรงพุ่งของมันยังคงน่าหวาดหวั่น
ต้าหวงไม่คิดจะสู้ต่อ มันหันหลังแล้ววิ่งไปทางต้นสน
หมูป่าตาแดงก่ำ ไล่ตามมันอย่างไม่ลดละ
หวังเจิงหรงจับจังหวะได้ คว้าเชือกป่านเส้นหนาที่ใช้มัดสัตว์ไว้ในมือ
เขาเหยียบรากไม้ถีบตัวขึ้น แล้วปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นออกมา
แทบจะในเวลาเดียวกัน หมูป่าก็พุ่งพรวดมาถึงใต้ต้นไม้
ต้าหวงหักเลี้ยวอย่างคล่องแคล่ว หลบไปอยู่หลังลำต้นไม้ใหญ่
หมูป่าพุ่งชนอากาศ หัวมหึมากระแทกเข้ากับลำต้นอย่างแรง จนหิมะร่วงกราวลงมา
มันยิ่งคลุ้มคลั่ง วิ่งวนรอบโคนไม้ ใช้เขี้ยวแทะและขูดเปลือกไม้ไม่หยุด เกิดเสียงแหลมบาดหู
หวังเจิงหรงหมอบอยู่บนกิ่งไม้ มือรีบคลายเชือกป่าน อาศัยความสูงพยายามคล้องคอหมูป่า
แต่หมูป่าวิ่งชนและดิ้นไปมาไม่หยุด เขาเหวี่ยงเชือกไปสองครั้งติด ๆ กัน แต่ห่วงเชือกก็พลาดเป้าทั้งคู่
หมูป้ายิ่งคลุ้มคลั่ง กิ่งไม้ถูกชนจนสั่นไม่หยุด เสี่ยงหักได้ทุกเมื่อ
ต้าหวงฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่จากด้านหลัง งับเข้าที่บาดแผลตรงขาหลังของหมูป่าเต็มแรง
ความเจ็บปวดแล่นปราด หมูป่าร้องคำรามอย่างเจ็บปวด ก่อนหันกลับมาสะบัดหัวใหญ่โตอย่างแรง
ต้าหวงตัวเล็กผอม ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปทันที ร่างกระแทกพื้นหิมะอย่างหนัก พร้อมเสียงร้องเจ็บปวด
หัวใจหวังเจิงหรงบีบรัดขึ้นมาทันที
ต้าหวงดิ้นรนลุกขึ้น แต่กลับไม่หนี ยังคงตามตื๊อไม่เลิก
มันวิ่งวนไปมาเพื่อดึงความสนใจของหมูป่า เปิดโอกาสให้หวังเจิงหรง
จังหวะนี้แหละ!
หมูป่าถูกต้าหวงดึงความสนใจ คอของมันจึงเผยออกมาเพียงชั่วครู่
หวังเจิงหรงกลั้นหายใจ เหวี่ยงห่วงเชือกออกไปเป็นครั้งที่สาม
เชือกป่านวาดโค้งกลางอากาศ ก่อนตกลงอย่างแม่นยำ คล้องรอบคอหมูป่าพอดี!
“สำเร็จแล้ว!”
หวังเจิงหรงใช้สองมือดึงปลายเชือกทั้งสองข้างไว้แน่น แล้วพันเชือกรัดไว้กับกิ่งไม้ใหญ่ด้านบนอย่างมั่นคง
หมูป่ารู้ตัวว่าคอถูกล็อก จึงกระทืบเท้าและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง พยายามใช้ร่างกำยำดึงถอยหลังสุดแรง
กิ่งไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเพราะถูกกระชาก เสี่ยงหักได้ทุกเมื่อ
เชือกป่านรัดเข้าไปในเนื้อหนังหมูป่า เลือดซึมออกมาตามเกลียวเชือก
แค่ใช้ห่วงเชือกรัดอย่างเดียว ฆ่าสัตว์ร้ายตัวนี้ในเวลาอันสั้นไม่ได้
หวังเจิงหรงใช้มือข้างหนึ่งกำเชือกเพื่อประคองตัว อีกข้างชักมีดล่าสัตว์ด้ามเขาวัวออกจากเอว
เขารอจังหวะที่หมูป่าดิ้นรนหายใจและเงยหัวขึ้น จากนั้นก็กัดฟันแน่น
อาศัยแรงกดจากด้านบน เขากำมีดล่าสัตว์ด้วยสองมือ แล้วแทงเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ตรงคอหมูป่าอย่างแรง
เลือดร้อนจัดพุ่งกระฉูด กระเซ็นลงบนพื้นหิมะ
หมูป่าส่งเสียงร้องโหยหวนยาวเหยียด ขาทั้งสี่ตะกุยหิมะอย่างบ้าคลั่ง กระชากกิ่งไม้จนสั่นไหวอย่างรุนแรง
หวังเจิงหรงเกือบถูกกระชากตกลงไป แขนถูกเชือกรัดจนแสบร้อน ทำได้เพียงกัดฟันฝืนทน
ผ่านไปเนิ่นนาน การดิ้นรนของหมูป่าจึงค่อย ๆ เบาลง เสียงหอบฮึดฮัดหนัก ๆ ก็แผ่วลงทีละน้อย
ร่างมหึมาล้มตึงลง กระแทกหิมะกระจายเป็นวงกว้าง แล้วแน่นิ่งไป
หวังเจิงหรงหอบหายใจแรง เรี่ยวแรงทั่วร่างแทบถูกสูบจนหมด
เขาพักอยู่นานกว่าจะค่อย ๆ ไถลลงจากต้นไม้อย่างระมัดระวัง
ต้าหวงวิ่งเข้ามาหา ยื่นตัวอยู่ข้างเท้าเขาพร้อมส่งเสียงครางเบา ๆ
หวังเจิงหรงย่อตัวลง ลูบหัวต้าหวง ความหวาดหวั่นแล่นขึ้นมาในอก
หมูป่าตัวนี้ใหญ่โต แม้จะบาดเจ็บอยู่ก็ยังเกือบเอาชีวิตเขากับต้าหวงไปได้
มีหมูป่าตัวนี้แล้ว ครอบครัวก็ผ่านวิกฤตขาดแคลนอาหารไปได้สบาย
เขาไม่กล้าอยู่ต่อให้เสียเวลา เสียงเมื่อครู่ดังขนาดนั้น ไม่แน่ว่าคนนอกอาจผ่านมาเห็นเข้า
เขาหยิบมีดล่าสัตว์ออกมาจัดการบาดแผลเพื่อรีดเลือดออกอย่างลวก ๆ จากนั้นใช้เชือกป่านมัดขาทั้งสี่ของหมูป่าให้แน่นอย่างยากลำบาก
ขณะที่เขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยและกำลังคิดหาวิธีลากเหยื่อกลับไป
ขนทั่วตัวต้าหวงก็ชันขึ้นทันควัน มันหันไปทางด้านหนึ่งของป่าแล้วคำรามต่ำ ๆ อย่างดุดัน
หวังเจิงหรงกำมีดล่าสัตว์ในมือแน่นทันที แล้วมองตามทิศทางที่ต้าหวงจ้องเขม็งอยู่
