เหยียนหรงพบเฮ่อกวานจืออยู่ในห้องกระจกชั้นหนึ่ง
เฮ่อกวานจือกำลังจะประชุมผ่านวิดีโอกับใครบางคน พอเห็นเหยียนหรงวิ่งเข้ามาหา เขาก็ถอดหูฟังออก «หนีเรียนตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ? เข้าสู่วัยต่อต้านแล้วหรือไง?»
เหยียนหรงชะงัก «ทำไมถึงจัดครูให้ฉัน?»
เฮ่อกวานจือกลับทำหน้างงยิ่งกว่าเธอ «เธอเรียนมอหกเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้ยังจำได้เหรอว่าเรียนอะไรไปบ้าง?»
เหยียนหรงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง «ฉันถามว่าทำไมถึงหาครูมาช่วยติวให้ต่างหาก»
«ก็เพื่อสอบปีหน้า»
เหยียนหรงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ «...แล้วทำไมล่ะ?»
ทำไมจู่ ๆ ถึงเกิดอยากให้เธอเข้าสอบขึ้นมา ทั้งยังจัดครูสอนพิเศษให้อีก
เหยียนหรงไม่เข้าใจ ถ้าเขาแค่อยากระบายอารมณ์ อยากทรมานเธอ แล้วจัดครูสอนพิเศษให้ทำไม หรือเฮ่อกวานจือเห็นว่าเธอหน้าตาเหมือนคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เลยคิดว่าการบังคับให้เรียนเป็นบทลงโทษอย่างหนึ่ง?
ในที่สุดเฮ่อกวานจือก็เข้าใจว่าเหยียนหรงอยากถามอะไรกันแน่
เขาอธิบายอย่างเรียบเฉย «เมื่อคืนพอพูดถึงเรื่องนี้ เธอดูไม่ค่อยมีความสุข ฉันเลยคิดว่าเธอคงเสียดายที่ไม่ได้เข้าสอบเกาเข่า»
«ฉันเข้าใจผิดเหรอ?» เขาถาม
เหยียนหรงเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาดำสนิทไร้แววคู่นั้น
เหยียนหรงตอบว่า «...ก็ไม่ได้เข้าใจผิด»
เฮ่อกวานจือกล่าว «ความซื่อสัตย์เป็นข้อดีที่ไม่เลวเลย หวังว่าเธอจะซื่อสัตย์กับฉันในเรื่องอื่นด้วย อย่างเช่นเวลาฉันถามว่าเคยทำให้เธอรู้สึกดีหรือเปล่า»
