“มานี่”
โคมไฟหัวเตียงส่องแสงสีเหลืองนวล เฮ่อกวานจือสวมชุดคลุมอาบน้ำที่แหวกเปิดตรงอก เผยให้เห็นแผงอกเนียนเงาราวกับผ้าแพร
เหยียนหรงค่อย ๆ นั่งลงตรงขอบเตียง ปลายนิ้วเย็นเล็กน้อยแตะโดนติ่งหู เธอก็สะดุ้งหดตัว
“อย่าไวต่อสัมผัสนักสิ” เฮ่อกวานจือเอ่ย
พูดเหมือนเธอจะสั่งให้ไม่รู้สึกก็ทำได้อย่างนั้นแหละ เธอเองก็ควบคุมไม่ได้เสียหน่อย เหยียนหรงแอบบ่นในใจ
ชายหนุ่มใช้แผ่นสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดฆ่าเชื้อติ่งหูให้เธอ
ฝีมือเจาะหูของฉินเยวี่ยหวานดีมาก จนถึงตอนนี้เหยียนหรงยังไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด
ส่วนเฮ่อกวานจือที่เจาะหูตัวเองกลับไม่โชคดีเช่นนั้น เพิ่งกลับบ้านได้วันที่สอง หูก็บวมแดงขึ้นมา ต้องกินยาแก้อักเสบถึงค่อย ๆ ดีขึ้น
เฮ่อกวานจือไม่ค่อยใส่ใจรูหูที่อักเสบของตัวเองเท่าไร แต่กลับดูแลทำความสะอาดให้เหยียนหรงตามกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยทำตามข้อควรระวังที่ฉินเยวี่ยหวานส่งมาให้
เหยียนหรงจั๊กจี้หูง่าย แค่ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดผ่านเบา ๆ ก็ทำให้เธอหดคอ ส่งเสียงครางแผ่วเบาได้แล้ว
เพราะอย่างนั้น หลังจากช่วยเธอทำความสะอาดเสร็จ เฮ่อกวานจือก็มักงับติ่งหูบาง ๆ ของเธอเพื่อสนองความอยากอยู่เสมอ
“ถึงตอนนั้นอยากได้ต่างหูแบบไหน?”
ตอนหญิงสาวสะท้านวาบ เฮ่อกวานจือก็ถามเสียงต่ำ “เพชร พลอยตาแมว หรืออัญมณีหลากสี? ผมว่ามุกดีกว่า เหมาะกับคุณมาก”
......
หลายวันต่อมา เหยียนหรงได้รับทะเบียนบ้านเล่มใหม่ของเธอ ซึ่งระบุที่อยู่ในวิลล่าชานเมืองของเมืองแซด และมีชื่อเธอเป็นเจ้าของบ้าน
หลังตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหยียนหรงก็ยิ่งรู้สึกว่าเฮ่อกวานจือน่ากลัว บ้านราคามหาศาลพูดว่าจะยกให้ก็ยกให้เลย หรือเขาคิดจะเอาคืนด้วยการรอดูเธอดีใจจนตัวลอย แล้วค่อยตกลงมาหัวทิ่มอย่างนั้นหรือ?
ใคร ๆ ก็พูดว่าไม่มีอาหารกลางวันฟรีในโลกนี้ แต่เหยียนหรงกินอาหารกลางวันของเฮ่อกวานจือไปแล้วมื้อแล้วมื้อเล่า
ไม่ใช่แค่มื้อกลางวัน ยังมีมื้อเช้า มื้อเย็น และมื้อเสริมอีกด้วย
