แนวหน้าจวี้เซียน
กองบัญชาการใหญ่ของกองกำลังตีโต้แนวรบด้านใต้ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอจวี้เซียน
สวี่ฟ่างสวมเสื้อคลุมทหาร ยืนอยู่หลังที่กำบังพร้อมยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมอง
สนามเพลาะเบื้องหน้าเต็มไปด้วยเสียงปืนใหญ่
กองพลน้อยปืนใหญ่หนักของกองทัพพยัคฆ์ขนปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์ขนาด 105 และ 150 มิลลิเมตรกว่าร้อยกระบอกออกมาระดมยิง
กระสุนปืนใหญ่ถล่มแนวรบของกองทัพญี่ปุ่นราวกับไม่ต้องเสียเงินซื้อ
“ตูม! ตูม! ตูม!”
แนวหน้าทั้งแนวของกองทัพญี่ปุ่นปกคลุมไปด้วยควันและฝุ่น เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ป้อมปืนและป้อมลับที่ทหารญี่ปุ่นสร้างมาหลายเดือนถูกกระสุนปืนใหญ่ถล่มจนพังยับเยิน
ป้อมปืนบางแห่งถึงกับถูกระเบิดจนหลังคากระเด็น
สวี่ฟ่างลดกล้องส่องทางไกลลง หันไปพูดกับเสนาธิการข้างกายว่า “กองพลน้อยปืนใหญ่หนักทำได้ดีมาก”
“บอกพวกเขาให้เพิ่มระยะยิงต่อไป ถล่มแนวรบชั้นสองกับฐานยิงปืนใหญ่ของทหารญี่ปุ่น”
“รับทราบ!”
เสนาธิการรีบวิ่งไปถ่ายทอดคำสั่ง
……
บนถนนด้านหลังแนวรบ ชาวบ้านที่มาช่วยสนับสนุนแนวหน้าหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสาย
บางคนเข็นรถเข็น บางคนหาบสัมภาระ บางคนจูงลา
พวกเขาลำเลียงถุงเสบียง ตะกร้ากระสุน และลังระเบิดมือไปยังแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ขากลับก็ช่วยหามทหารบาดเจ็บลงมา
ชายชราผู้หนึ่งซึ่งดูคล้ายผู้ดีท้องถิ่นและเป็นหัวหน้าขบวนมาพบสวี่ฟ่างที่กองบัญชาการ
“ท่านผู้บังคับบัญชา พวกเรามาจากยี่สุ่ย”
“ชาวบ้านทั้งตำบลมากันหมดแล้ว”
“มีเสบียง 30,000 ชั่ง กับเปลหามอีก 500 ชุด”
“ท่านเห็นว่าควรส่งไปที่ไหน?”
สวี่ฟ่างกุมมือชายชราไว้ เนิ่นนานก็พูดไม่ออก
“ท่านผู้เฒ่า ลำบากท่านแล้ว”
“ส่งเสบียงไปที่คลังเสบียงด้านหลัง ส่วนเปลหามส่งตรงไปยังสถานพยาบาลแนวหน้า”
“มีพวกท่านคอยสนับสนุน พี่น้องทหารก็ยิ่งมีกำลังใจสู้กับทหารญี่ปุ่น!”
ชายชราโบกมือปฏิเสธไม่หยุด
“ท่านผู้บังคับบัญชา อย่าพูดเช่นนั้นเลย”
“การสู้กับทหารญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องของพวกท่านฝ่ายเดียว”
“ชาวบ้านอย่างพวกเราออกแรงช่วยบ้างก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว”
……
ทางฝั่งกองทัพญี่ปุ่น อันโด ริกิชิ ผู้บัญชาการคนใหม่ของกองพลที่ 5 กำลังหลบอยู่ในกองบัญชาการ
ใบหน้าเขาเปื้อนฝุ่น หมวกก็เอียงกะเท่เร่
