ยิงนกกระจอกแก่ได้เจ็ดตัว หลี่จินหมิงก็ยังรู้สึกไม่พอใจ
แต่ถึงจะยิงได้มากกว่านี้ เนื้อนกพวกนี้ก็ยังไม่พอให้ผู้ใหญ่สามสี่คนกินอยู่ดี เอาไว้แค่ชิมรสชาติเท่านั้น
“พรุ่งนี้ฉันจะเข้าป่าไปดักไก่ป่าดีกว่า”
“ไม่สิ ล่าหมูป่าดีกว่า...”
เขาพาลูกชายเดินมาถึงหน้าบ้าน ระหว่างกำลังคิดเรื่องเข้าป่าล่าสัตว์ ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าประตู ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมา “หลี่จินหมิง เลิกหลบได้แล้ว ฉันรู้ว่านายอยู่บ้าน ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้”
เป็นเสียงผู้หญิง
ฟังดูไม่ใช่คนที่ใครจะไปหาเรื่องด้วยได้ง่าย ๆ
“อย่าโวยวายเลย เขาไม่ได้หลบอยู่ในบ้านจริง ๆ” โจวเสี่ยวถิงพูด
“ฉันไม่เชื่อ ฉันจะเข้าไปหาเขา”
“จะเข้าไปทำไม นี่ไม่ใช่บ้านเธอ ออกไป ออกไป” ซุนซิ่วเอ๋อว่า
หลี่จินหมิงเดินเข้าบ้านแล้วตะโกนถาม “โวยวายอะไรกัน”
เห็นหญิงสาวผมเปียคนหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับอดีตภรรยาทั้งสาม พอเห็นเขากลับมา เธอก็เดินเข้ามาหาอย่างฉุนเฉียวทันที “หลี่จินหมิง งานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของนายโดนไล่ออกแล้วใช่ไหม”
เธออายุไม่ถึงยี่สิบ ใบหน้ารูปไข่ แม้สวมเสื้อบุนวมที่ปะชุนแล้ว ก็ยังปิดบังรูปร่างอวบอิ่มและขายาวไม่ได้
ชั่วขณะหนึ่ง หลี่จินหมิงเห็นภาพตู้เจวียน ภรรยาคนที่สี่ในวัยสาวแวบขึ้นมา ในดวงตาฉายแววอาลัยอาวรณ์
“น่าเสียดายหน้าตาดี ๆ แบบนี้ นิสัยกลับแย่เสียจริง” เขาพึมพำ
“หลี่จินหมิง ฉันถามอยู่นะ” ตู้เจวียนโกรธจัด ดวงตาเป็นประกายถลึงมองเขา “งานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของนายโดนไล่ออกแล้วใช่ไหม”
“ใครบอกเธอ”
“หัวล้าน”
“ฮึ ไอ้หัวล้านนี่” หลี่จินหมิงถุยน้ำลาย
ตู้เจวียนกล่าว “ถึงหัวล้านไม่พูด เรื่องนี้ก็ปิดไม่มิดหรอก วันนี้ฉันมาบอกนายว่า พอนายตกงานแล้ว ฉันไม่มีทางแต่งงานกับนายเด็ดขาด”
เธอเท้าเอว เชิดหน้าขึ้น มองหลี่จินหมิงด้วยแววรังเกียจอยู่หลายส่วน
แต่ในใจกลับรอให้หลี่จินหมิงรีบมาง้อเธอ แบบนั้นเธอจะได้ยื่นข้อเสนอเพิ่ม ให้หลี่จินหมิงไล่อดีตภรรยาทั้งสามออกไป
แม้หลี่จินหมิงจะตกงานแล้ว แต่พ่อของเขาก็เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ทั้งยังสร้างบ้านหลังคากระเบื้องสามห้องหลังใหญ่โตให้เขา เธอเองก็อยากอยู่บ้านดี ๆ แบบนี้ ไม่ใช่กระท่อมมุงจากที่หลังคารั่ว
“อยากแต่งก็แต่ง ไม่แต่งก็ช่าง อย่ามากวนฉัน” หลี่จินหมิงขมวดคิ้ว โบกมือไล่ “ไป ๆ บ้านฉันจะย่างนกกระจอกกิน ไม่ต้อนรับเธอแล้ว”
ทุกคนต่างนิ่งอึ้ง
โจวเสี่ยวถิง ซุนซิ่วเอ๋อ และหานเสวี่ยมองหลี่จินหมิงอย่างตกตะลึง
พวกเธอรู้ว่าหลี่จินหมิงเจ้าชู้ ทั้งยังชอบตู้เจวียนมากถึงขั้นแทบคลั่ง พูดอย่างไรก็อยากแต่งกับเธอให้ได้ ก่อนหน้านี้เขามีงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ เรื่องแต่งงานก็แทบจะแน่นอนแล้ว แต่ตอนนี้เขาตกงานแล้วแท้ ๆ ไม่รีบง้อตู้เจวียน กลับทำท่าที ‘แย่’ ใส่เธอขนาดนี้ หรือไม่อยากแต่งกับเธอแล้วจริง ๆ
“นะ...นายยังจะไล่ฉันไปอีกเหรอ” ตู้เจวียนนึกว่าตัวเองเป็น ‘นายหญิงใหญ่’ ของบ้านนี้ไปแล้ว เมื่อครู่ยังทำหน้าใส่อดีตภรรยาทั้งสาม คิดว่าถ้าทะเลาะกัน หลี่จินหมิงต้องเข้าข้างเธอแน่
แต่ตอนนี้หลี่จินหมิงกลับไล่เธอราวกับหมูหมาตัวหนึ่ง ไม่ไว้หน้าเธอเลยสักนิด
เธอรู้สึกว่าตัวเองเสียหน้าอย่างหนักต่อหน้าอดีตภรรยาทั้งสามของหลี่จินหมิง โกรธจนหน้าแดงก่ำ
“ดี ดี หลี่จินหมิง นายเป็นคนไล่ฉันเองนะ อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ”
“ใครเสียใจทีหลังคนนั้นเป็นหลาน” หลี่จินหมิงเบ้ปาก “รีบไสหัวไปได้แล้ว ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเมีย ๆ ของฉันมองเธอไม่ถูกชะตา ระวังเดี๋ยวพวกเธอข่วนเอา”
“ไอ้สารเลว นายมันสารเลวจริง ๆ”
ตู้เจวียนโกรธจนหอบฮึดฮัด ก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไป
โจวเสี่ยวถิงกับคนอื่น ๆ ต่างหัวเราะ
ซุนซิ่วเอ๋อว่า “พี่พูดให้พวกเราเป็นคนแบบไหนกัน เราไม่ข่วนเธอหรอก”
หานเสวี่ยแอบหัวเราะ “พี่รองคนเดียวก็เอาชนะเธอได้แล้ว”
ซุนซิ่วเอ๋อหัวเราะหึ “ยังต้องให้ฉันลงมืออีกหรือ แค่พี่ใหญ่จัดการก็พอแล้ว”
โจวเสี่ยวถิงค้อนให้ “ปกติฉันดูแลพวกเธอยังไม่พออีกหรือไง ทะเลาะกันยังจะเรียกฉันออกหน้าเป็นคนแรกอีก”
“ก็ใครใช้ให้พี่อายุมากที่สุดล่ะ” ซุนซิ่วเอ๋อพูดหยอก
โจวเสี่ยวถิงโมโหจนเข้าไปตีเธอ “นังคนรอง อยากให้ฉันโมโหตายหรือไง”
ซุนซิ่วเอ๋อรีบวิ่งหนี
หลี่จินหมิงอยู่กับพวกเธอมานาน จึงรู้ว่าพวกเธอตั้งใจช่วยคลายบรรยากาศ กลัวเขาจะอึดอัด เขายิ้มแล้วพูดว่า “พวกเธอสบายใจได้ ฉันไม่แต่งกับตู้เจวียนหรอก ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องไปตีกับเธอ”
ทั้งสามคนมองหน้ากัน ต่างก็โล่งอก
“จริงหรือเปล่า” หานเสวี่ยรู้สึกไม่มั่นคงที่สุด จึงถามเสียงเบา “ก่อนหน้านี้นายยังบอกว่าจะแต่งเธอเข้าบ้านอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงเปลี่ยนใจแล้วล่ะ”
“ผู้หญิงคนนั้นนิสัยแย่ แถมเห็นแก่เงิน ถ้าฉันยังแต่งกับเธอก็โง่เต็มที”
“เห็นแก่เงินหมายความว่าอะไร”
“ก็พวกกระฎุมพี เห็นแก่ตัว เอาแต่ประโยชน์ตัวเอง”
“อ๋อ”
ทั้งสามคนเข้าใจขึ้นมาทันที
โจวเสี่ยวถิงพูดหยอก “ที่แทนนายก็มองออกนี่”
หลี่จินหมิงหน้าแดง
เขาไม่เพียงมองออก ตั้งแต่แรกก็หมายตาหน้าตากับรูปร่างของเธอ อยากได้ตัวเธออย่างไร้ยางอาย...ไม่อย่างนั้นคงไม่หย่ากันไปสองครั้ง แล้วกลับมาแต่งกันใหม่อีกสองครั้ง
แต่เขาผ่านชีวิตมาหลายสิบปี มองความอบอุ่นเย็นชาของผู้คนออกมานานแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือคุณธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น อดีตภรรยาทั้งสาม หน้าตาและรูปร่างก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตู้เจวียน ส่วนคุณธรรมความประพฤติยิ่งดีเป็นเลิศ
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเลือกผู้หญิงผลาญเงินแบบนั้นอีก
นกกระจอกทั้งเจ็ดตัว พอถลกหนังแล้วเอาไปย่างไฟจนมันเยิ้มส่งกลิ่นหอม ค่อยโรยเกลือกับพริกป่นลงไป
เกลือมีค่ามาก ตอนโรยจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
พริกป่นทำจากพริกที่ปลูกเอง แต่ก็ไม่กล้าใส่มาก เพราะลูกชาย หานเสวี่ย และซุนซิ่วเอ๋อต่างกินเผ็ดไม่ได้ ถ้าใส่พริกป่นเยอะ พวกเธอก็กินไม่ไหว
มื้อเย็นเป็นหมั่นโถวแป้งธัญพืชกับโจ๊กข้าวโพดผสมผักป่า
กินคู่กับผักดองเค็ม
อาหารไม่ได้ดีเลิศอะไร แต่ในยุคสมัยนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
หลี่จินหมิงไม่กล้ากินมากเช่นกัน กินแค่อิ่มเจ็ดแปดส่วนก็พอ จากนั้นให้บรรดาอดีตภรรยาทั้งสามกับลูกชายช่วยกันจัดการของที่เหลือ “กินให้หมด อย่าทิ้งขว้าง”
“พี่เป็นหัวหน้าครอบครัว พี่กินเถอะ” โจวเสี่ยวถิงว่า
“พ่อกินเถอะ” ลูกชายรู้ความ ยื่นหมั่นโถวที่เหลือครึ่งลูกมาให้ “ผมกินนกย่างไปสองตัว อิ่มจนกินอะไรไม่ไหวแล้ว”
หลี่จินหมิงยิ้มพลางลูบหัวลูก “พูดเหลวไหล ปกติลูกกินเยอะจะตาย นกกระจอกสองตัวไม่พอให้ติดซอกฟันด้วยซ้ำ รีบกินหมั่นโถวให้หมดเถอะ พ่อไม่หิว...พ่อจะไปเอาของกินที่บ้านปู่กับย่ามาสักหน่อย”
ที่บอกว่าไม่หิวเป็นเรื่องโกหก เขาตั้งใจจะไปเอาของกินจากบ้านพ่อแม่
“อย่าไปเลยดีกว่า ระวังพ่อเราตีเอา” โจวเสี่ยวถิงเตือน
หานเสวี่ยอุ้มลูกสาว ลังเลก่อนพูดว่า “ไม่อย่างนั้นฉันไปกับนายดีไหม เห็นแก่เด็ก ๆ บางทีพ่อกับแม่อาจไม่ตีแรงนัก”
“เอ่อ ก็ดีเหมือนกัน”
แต่พิสูจน์แล้วว่าความคิดนี้ผิด
“ไอ้ลูกไม่รักดี ยังกล้ามาอีก วันนี้พ่อจะตีแกให้ตาย”
“พ่อ ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว...” เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน เสียงสุนัขเห่าระงมต่อเนื่องกัน
หลี่จินหมิงคุกเข่าอยู่บนพื้น กล่าวขอโทษยอมรับผิดอย่างจริงใจ
อารมณ์ของพ่อแม่เขาถึงค่อยดีขึ้นมาก
ก่อนกลับ แม่ของเขายัดมันฝรั่งถุงหนึ่งกับเงินอีกไม่กี่หยวนใส่มือสะใภ้ “เอาไป อย่าให้โกวเซิ่งเห็นล่ะ”
โกวเซิ่งเป็นชื่อเล่นของหลี่จินหมิง
ชนบทมีธรรมเนียมตั้งชื่อแบบนี้ เชื่อว่าชื่อไม่เป็นมงคลจะเลี้ยงดูให้เติบโตได้ง่าย
“เอ๊ะ เหล่าขุย กองฟืนบ้านเราสูงขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไปตัดฟืนมาเยอะขนาดนี้ตอนไหน”
“วันนี้ฉันทำงานในนาอยู่กับเธอตลอด จะไปตัดฟืนตอนไหนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลกจริง ๆ”