เช้าวันต่อมา ฟู่หนานโจวตื่นขึ้นมาตอนฟ้ายังเพิ่งเริ่มสาง
เขานอนอยู่บนเตียง พลางนึกถึงสิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้ามไปนาน นั่นคือฟาร์มพกพา
ฟาร์มพกพาที่เขาสุ่มได้ตอนอยู่ชนบทก่อนหน้านี้มีที่ดินทั้งหมดสี่แปลง แปลงละหนึ่งหมู่
ตอนนั้นเขาแค่เหลือบดูคร่าว ๆ หลังจากเข้าเมืองมาก็ไม่มีเวลาศึกษาให้ละเอียดสักที
“วันนี้ต้องลองดูแล้วว่าฟาร์มนี่ใช้ยังไงกันแน่” ฟู่หนานโจวพึมพำกับตัวเอง
เขาหลับตาลง ปล่อยให้จิตสำนึกจมเข้าสู่มิติ
ตรงมุมหนึ่งของมิติมีประตูเพิ่มขึ้นมาบานหนึ่ง
เขาผลักประตูเปิดออก ภาพตรงหน้าพลันกว้างขวางขึ้น
ที่ดินสี่แปลงเรียงกันอย่างเป็นระเบียบปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่ละแปลงมีพื้นที่หนึ่งหมู่พอดี ดินสีดำคล้ำอุดมสมบูรณ์และร่วนซุย กลิ่นหอมของดินอบอวลอยู่ในอากาศ
เหนือฟาร์มมีท้องฟ้าจำลองผืนหนึ่ง สว่างแต่ไม่แสบตา อุณหภูมิกำลังพอดี ไม่หนาวไม่ร้อน
ฟู่หนานโจวย่อตัวลง หยิบดินขึ้นมากำหนึ่ง สัมผัสของมันดีเยี่ยม
คุณภาพดินดีกว่าที่ดินในชนบทแถบชานเมืองหลวงหลายระดับ ทั้งอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย และอุ้มน้ำอุ้มปุ๋ย
“ของดีจริง ๆ”
เขานึกถึงกล่องลูกท้อที่สุ่มได้ตอนอยู่ชนบทก่อนหน้านี้ เมล็ดลูกท้อยังเก็บไว้
ตอนกินลูกท้อหมด เขาเก็บเมล็ดเข้าไปในมิติ คิดว่าอาจได้ใช้สักวัน
ตอนนี้ก็ได้ใช้พอดี
ฟู่หนานโจวนำเมล็ดลูกท้อออกมาจากมิติ ขุดหลุมเล็ก ๆ หลายหลุมตรงขอบแปลงแรก ฝังเมล็ดลงไปแล้วรดน้ำเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็นึกถึงเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อจากตลาดมืด
เมื่อวานตอนไปขายของที่ตลาดมืด เขาแวะไปที่ร้านเมล็ดพันธุ์ ซื้อเมล็ดผักที่พบเห็นได้ทั่วไปมาหลายชนิด ทั้งแตงกวา มะเขือเทศ มะเขือ พริก ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว หัวไชเท้า...มีครบแทบทุกอย่าง
เมล็ดผลไม้มีไม่มาก มีแค่แอปเปิล สาลี่ และพุทรา เมล็ดผลไม้ทางใต้หาซื้อยาก คงต้องค่อย ๆ รวบรวมไป
ฟู่หนานโจวแยกเมล็ดพันธุ์ออกเป็นหมวดหมู่ แล้วนำไปปลูกลงในที่ดินทั้งสี่แปลง
แปลงแรกปลูกเมล็ดลูกท้อกับต้นกล้าแอปเปิลและสาลี่อีกไม่กี่ต้น
