ฟู่หนานโจวหันไปมองหลิวเต๋อฮ่าวอีกครั้ง
หลิวเต๋อฮ่าวเห็นดังนั้นก็คิดในใจว่า “หนุ่มคนนี้รู้ความมากกว่าสามคนนั้นเยอะเลย”
เขาจึงพยักหน้า “เสี่ยวฟู่ ถ้าทำเป็นก็ลองดูเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันรับผิดชอบเอง”
“งั้นผมลองดูครับ” ฟู่หนานโจวพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินไปข้างวัว
เขาหยิบมีดสั้นออกมาจากห่อผ้าก่อนเล่มหนึ่ง ที่จริงเอาออกมาจากมิติ แต่ใช้ห่อผ้าบังไว้จึงไม่มีใครสังเกต
จากนั้นก็หยิบกะละมังเคลือบกับผ้าก๊อซม้วนหนึ่งออกมา
หลินเสี่ยวเยี่ยนทั้งสามยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าแตกต่างกันไป
หลินเสี่ยวเยี่ยนพึมพำเสียงเบา “เขารักษาเป็นจริง ๆ เหรอ? อย่าบอกนะว่าแค่ทำท่าขึงขัง”
ซ่งอวี้หลันแค่นหัวเราะ “ก็ปล่อยให้เขาทำไปสิ ยังไงรักษาจนตายก็ไม่ใช่วัวของพวกเราอยู่แล้ว”
ซุนเจี้ยนกั๋วไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงจนปิดไม่มิด
ฟู่หนานโจวได้ยิน แต่ไม่สนใจพวกเขา
เขานั่งยอง ๆ ข้างวัว ใช้มือกดท้องด้านซ้ายของมันเบา ๆ และสัมผัสได้ว่ากระเพาะหมักที่บวมเป่งตึงแน่นราวกับลูกบอล
จากนั้นก็หยิบมีดสั้นขึ้นมา กะตำแหน่งตรงสีข้างด้านซ้ายของวัวให้แม่นยำ แล้วกรีดเป็นแผลเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว
กลิ่นเปรี้ยวเหม็นฉุนปนกลิ่นหญ้าแห้งกับแก๊สพุ่งเข้าปะทะใบหน้า
คนรอบข้างต่างถอยหลังไปหลายก้าว แล้วยกมือปิดจมูก
ฟู่หนานโจวไม่เปลี่ยนสีหน้า สอดมือลงไปในแผล ค่อย ๆ ช่วยระบายแก๊สและสิ่งที่อยู่ภายในกระเพาะหมักออกมา
เมื่อแรงดันลดลง เขาก็หยิบขวดโพวิโดนไอโอดีนออกมาจากห่อผ้า
แน่นอนว่าเอาออกมาจากมิติเช่นกัน เขาทำความสะอาดแผลอย่างละเอียด แล้วใช้ผ้าก๊อซพันให้เรียบร้อย
ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
