“พ่อ รีบกินเถอะ ในห้องมีแอร์ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด”
เซิ่งชงชงดึงคุณพ่อเซิ่งที่ยังยืนอยู่
คุณพ่อเซิ่งทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะตามแรงลูกสาว แต่ด้วยนิสัยที่ติดตัวมานานทำให้เขายังไม่แตะตะเกียบ กลับเลื่อนกับข้าวไปทางเซิ่งชงชง
“ชงชง ลูกกินก่อน ชอบอะไรกินนั่นเลย กุ้ง น่องไก่ แล้วก็หมูแดงนี่ ถ้าชอบก็ตักไปเลย”
เพราะต้องดูแลนักแสดงหนุ่ม ๆ ร่างกายแข็งแรงอีกหลายคน ข้าวกล่องของกองถ่ายจึงให้มาไม่น้อย เซิ่งชงชงกินของตัวเองให้หมดก็เก่งแล้ว จะยัดเพิ่มขนาดนั้นได้ยังไง
เธอเลื่อนข้าวพ่อคืนไป พร้อมชูกล่องข้าวของตัวเองให้ดู
“พ่อ ดูสิ กับข้าวเหมือนกันเลย หนูก็มีหมูเหมือนกัน พ่อไม่เคยได้ยินเหรอว่ากินข้าวต้องกินทั้งเนื้อทั้งผัก สมดุลอาหารถึงจะดีต่อสุขภาพ หนูแค่นี้ก็พอแล้ว ข้าวสองกล่องนี่ของพ่อหมดเลย”
ยืนยันอยู่หลายรอบว่าเซิ่งชงชงไม่กินจริง ๆ คุณพ่อเซิ่งถึงเริ่มกินข้าวคำโต ๆ กับข้าวสองกล่อง ข้าวสวยอีกสองกล่องเขากินคนเดียวจนเกลี้ยง เซิ่งชงชงรู้สึกว่าถึงจะให้อีกกล่องพ่อก็คงกินหมด
หลังกินข้าว ห้องก็เย็นและเงียบ เซิ่งชงชงยืนกรานให้คุณพ่อเซิ่งพักหนึ่งชั่วโมง จากนั้นพ่อลูกถึงไปที่ห้องการเงินกองถ่าย
รอบนี้เร็วกว่าเดิม พอไปถึงคุณพ่อเซิ่งก็แค่เซ็นชื่อ พี่หวังฝ่ายการเงินก็โอนเงินให้ทันที
ตอนพ่อลูกไปเช็คที่ตู้เอทีเอ็มใกล้สวนสนุกภาพยนตร์ ค่าตัวงวดกลางหกพันหยวนก็นอนนิ่ง ๆ อยู่ในบัตรธนาคารเรียบร้อย คุณพ่อเซิ่งที่ใจคอห่วงอยู่ก็วางใจได้เสียที
ตาของเขาแดง ๆ เหมือนมีน้ำตาซึม
คุณพ่อเซิ่งดีใจนะ มีเงินก้อนนี้แล้ว ยังไง ๆ น้องสามก็ได้เรียนต่อมอปลายแน่ ๆ
เซ็นเสร็จ ยืนยันว่าค่าตัวงวดกลางเข้าบัญชีแล้ว และยืนยันว่าลูกสาวอยู่ในกองถ่ายก็สบายดี คุณพ่อเซิ่งก็วางใจกลับ
เขาต้องรีบไปขึ้นรถตอนบ่ายกลับเมืองเฉิงอาน จะได้ไม่ต้องเสียเงินค้างคืนที่ถิงปัว แล้วก็ไม่เสียงานพรุ่งนี้ด้วย
ก่อนกลับ กลัวว่าเซิ่งชงชงอยู่คนเดียวข้างนอกจะใช้เงินขัดสน คุณพ่อเซิ่งก็เลยโอนเงินอีกห้าร้อยเข้าไปในบัตรเซิ่งชงชง
