"หลิวอวี่ แกอยากตายรึไง กล้าดียังไง......"
ชายคนนั้นยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกคลิปที่เขาเปิดดูดึงความสนใจไปจนหมด
สั้นมาก แค่ครึ่งนาที เป็นฉากที่กองถ่ายกำลังถ่ายทำตอนทุกคนฟังผู้เฒ่าสอนหนังสืออยู่ที่เขาชิงหลิง ในคลิปครึ่งนาทีนี่มีแต่พระเอกที่พูดบทพูด
แต่ชายคนนั้นดูจบแล้ว ปฏิกิริยาก็ไม่ต่างจากหลิวอวี่ในตอนนั้น
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วยื่นมือมาปรับคลิปกลับไปดูใหม่อีกรอบ ดูจบแล้วก็อึ้งไปสักพัก แล้วก็ดูอีกรอบ สุดท้ายก็นิ่งเงียบไปนานถึงได้เอ่ยปาก
"อย่าบอกนะว่าไอ้นักแสดงเสื้อเหลืองที่นั่งแถวสองนั่น คือเจ้าหล่อนที่เพิ่งทำบะหมี่เมื่อกี้"
"อืม!" หลิวอวี่เหลือบมองเขาอย่างได้ใจ
แปลกใจไหมล่ะ เหนือความคาดหมายสุด ๆ น่ากลัวไหม!
พอได้รับคำตอบที่แน่ชัด ชายคนนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
อยู่ดี ๆ เขาก็เอ่ยถาม
"แล้วมีฉากที่เธอมีบทพูดไหม หามาให้ฉันดูหน่อย"
หลิวอวี่กอดอก วางก้ามใหญ่แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
"ดูไม่ได้ ๆ แกก็ไม่ใช่คนในกองถ่ายเรา ถ้าดูคลิปแล้วแกเอาไปแพร่จะทำไง"
ชายคนนั้นเหลืออด รวบวิกผมปลอมบนหัวเขาทีเดียว หลิวอวี่รู้สึกถึงความเย็นวาบกลางกระหม่อมทันที
บ้าเอ๊ย!
ไอ้นี่มันไม่มีคุณธรรมนักสู้! (ไม่เล่นตามกฎ)
โชคร้ายชิบหายที่มีเพื่อนอย่างนี้ แถมยังชอบทิ่มแทงปมด้อยของกันและกันอีก
หลิวอวี่แย่งวิกผมปลอมคืน แล้วรีบคลุมลงบนหัวโล้นของตน
เออ ๆ ให้ดูก็ได้วะ เห็นแก่คุณ คราวหลังอย่ามาดึงวิกฉันอีกนะ คนเห็นกันตั้งเยอะ ยังไงฉันก็เป็นถึงผู้กำกับ รักษาหน้าฉันหน่อย!
"ทำอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็จบไปนานแล้ว"
หลิวอวี่ถลึงตาใส่เพื่อนตัวแสบ แล้วกดคลิกที่คอมพิวเตอร์สองสามที เปิดคลิปฉากของอิงพิรุณขึ้นมา
ชายคนนั้นดูจบแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร
เขายกบะหมี่ผัดที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งยังกินไม่หมดในตอนแรกขึ้นมากินต่อ กินเสร็จก็อยากเติมอีก แต่ก็พบว่าบะหมี่ในอ่างใหญ่สองใบนั้นหมดเกลี้ยงแล้ว แม้แต่น้ำเครื่องปรุงยังไม่เหลือ
แบบนี้ก็แกล้งกันเกินไปหน่อยนะเนี่ย ติดคอกันพอดี เลยมันส์ได้ที่ แต่บะหมี่ดันหมด!
เขาวางแก้วลงแล้วมองหลิวอวี่ ก่อนถามเรียบ ๆ
"เจ้าหล่อนคนนี้ชื่ออะไรนะ"
"เซิ่งชงชง"
"ฉากของเธอเหลืออีกกี่วัน ปิดกล้องเมื่อไหร่"
ได้ยินดังนั้น หลิวอวี่ก็ระวังตัวขึ้นทันที
