บทที่ 18 “มานี่”
“งั้นก็ตรวจสอบ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ชายหนุ่มเอ่ยเพียงไม่กี่คำเบา ๆ
หลินเจี้ยนก้มหน้ายืนอยู่ด้านหลังจู้เยี่ยนเจิง เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที
ต่อหน้าทุกคน หลินเจี้ยนกดโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง
เขาเพียงแจ้งสถานที่ แล้วก็วางสาย
เมิ่งหว่านยืนอยู่ด้านหลังฟางอวี้จือ ใบหน้าซีดเผือด “คุณจู้... คุณจู้ ไม่ต้องตรวจสอบต่อแล้วค่ะ ฉันไม่ต้อง—”
“หุบปาก”
จู้เยี่ยนเจิงกล่าวตัดบทเสียงเข้ม ก่อนที่เมิ่งหว่านจะพูดจบ
สีหน้าของชายหนุ่มเย็นชา ราวกับรูปสลักในฤดูหนาว แววตาเย็นเยียบและเคร่งขรึม
ฟางอวี้จือมองเมิ่งหว่านที่อยู่ข้างกาย แล้วหันไปมองซ่งฉือที่อยู่ไกลออกไป ก่อนเอ่ยอย่างร้อนใจแต่ระมัดระวัง “ประธานจู้ เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ผมกับซ่งฉือจะจัดการกันเป็นการส่วนตัว...”
“การทุจริตทางวิชาการเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือ?” แววขุ่นเคืองวูบผ่านดวงตาของจู้เยี่ยนเจิง “ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงก็กล่าวหาคนส่งเดช ใส่ร้ายและดูหมิ่นกัน นั่นก็เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไง!?”
ชายหนุ่มมองเขาอย่างเย็นชา “ฟางอวี้จือ ตระกูลฟางสั่งสอนคุณมาแบบนี้หรือ?”
ฟางอวี้จือเม้มปาก ขมวดคิ้ว ไม่กล้าพูดสักคำ
จู้เยี่ยนเจิงงอนิ้วเล็กน้อย สายตาดำขลับดุจหมึกทอดกลับไปยังซ่งฉืออีกครั้ง
เธอยังคงไม่มองเขา เพียงหันหน้าไปอีกทาง มือทั้งสองไพล่ไว้ด้านหลัง ยืนเดียวดายอยู่ตรงนั้น
ฟางอวี้จือยืนอยู่ด้านหน้าของเมิ่งหว่านที่อยู่ไกลออกไป คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง
ส่วนเธอกลับยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง แม้แต่แสงแดดก็ยังส่องไม่ถึง
แสงอาทิตย์ต้นฤดูใบไม้ผลิแตะความเย็นฉาบลงบนใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม
แววตาของเขาวูบไหว
เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบดุจอากาศต้นฤดูใบไม้ผลิ “มานี่”
