เสียงของซ่งฉือแผ่วเบาและอ่อนหวาน “ฉันมีเรื่องอยากถามคุณอาหน่อยค่ะ”
แม้หลินเจี้ยนจะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะทำหน้าที่แทนจู้เยี่ยนเจิง
ได้ยินซ่งฉือถามเช่นนั้น แม้ในใจจะไม่ค่อยชอบคุณหนูซ่งคนนี้นัก แต่ก็ยังตอบตามหน้าที่ว่า “รอสักครู่นะครับ ผมต้องเรียนให้ท่านทราบก่อน”
“ได้ค่ะ รบกวนคุณผู้ช่วยหลินด้วยนะคะ”
ซ่งฉือรออย่างว่าง่าย
หลังวางสาย หลินเจี้ยนก็เคาะประตูห้องทำงานประธานบริษัท
เมื่อเข้าไปในห้อง หลินเจี้ยนรายงานว่า “ประธานจู้ครับ เมื่อครู่...คุณหนูซ่งโทรมา บอกว่ามีเรื่องอยากสอบถามคุณครับ”
จู้เยี่ยนเจิงกำลังก้มหน้าจัดการเอกสารตรงหน้า
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเจี้ยน มือที่กำลังทำงานอยู่ก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนวางปากกาหมึกซึมลง
เขาเงยหน้าขึ้น แล้วกวักมือเรียกหลินเจี้ยน
หลินเจี้ยนเข้าใจความหมาย จึงโทรหาซ่งฉืออีกครั้ง ก่อนยื่นโทรศัพท์ให้ชายหนุ่มอย่างนอบน้อม
……
อีกด้านหนึ่ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ซ่งฉือยกมุมปากน้อย ๆ ก่อนกดรับสาย
“ฮัลโหล? คุณผู้ช่วยหลินหรือคะ?”
เสียงชายหนุ่มจากปลายสายเย็นชาและเฉยเมย ฟังไม่ออกว่ามีอารมณ์ใดแฝงอยู่ “ผมเอง”
“คุณอาหรือคะ?” น้ำเสียงของซ่งฉือร่าเริงขึ้นเล็กน้อย “วันนี้คุณอาไปเยี่ยมคุณปู่หรือคะ?”
“อืม” จู้เยี่ยนเจิงขานรับ
“น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้อยู่บ้านเก่า เลยไม่ได้เจอคุณอา” น้ำเสียงของซ่งฉือเจือความเสียดายเล็กน้อย
“มีธุระอะไรกับผม?” จู้เยี่ยนเจิงไม่ได้คิดจะพูดคุยทักทายกับเธอ จึงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“คืออย่างนี้ค่ะ พ่อบ้านจ้าวโทรมาบอกว่า คุณปู่เอาแต่พูดตั้งแต่เมื่อครู่ว่าอยากดื่มชาอะไรสักอย่าง”
