หญิงชราเล่าเรื่องที่ตนไปอธิษฐานข้างบ่อ กลางคืนฝันไป และพอตื่นขึ้นมาอาการเจ็บป่วยก็ทุเลาลงให้ฟังจนหมด นางไม่ได้พูดเกินจริงหรือแต่งเติมแม้แต่น้อย เพียงเล่าไปทีละประโยค แต่ยิ่งนางพูดเรียบ ๆ แบบนี้ ป้าคนนั้นกลับยิ่งฟังจนตะลึง
“ที่ว่าคือบ่อน้ำเก่าตรงปากหมู่บ้านนั่นหรือ?”
“ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นที่ไหนล่ะ”
“โอ๊ย เรื่องจริงหรือเนี่ย?”
“ดูฉันเหมือนคนชอบโกหกหรือไง?”
ป้าคนนั้นกลอกตาไปมาสองสามรอบ ปากก็พูดว่า “ไม่รู้สิ” พอกลับออกจากบ้านก็รีบเล่าให้สามีฟังก่อน จากนั้นตอนล้างผักก็พูดขึ้นมาลอย ๆ กับเพื่อนบ้านอีกประโยค
หนึ่งปากเล่าต่อกันไป
พอถึงเที่ยง คนครึ่งหมู่บ้านก็รู้กันหมด นี่แหละคือประสิทธิภาพของศูนย์ข่าวกรองที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้าน
บางคนฟังเป็นเรื่องตลก
“ยายแก่ป่วยน้อยลง เลยดีใจจนเพี้ยนไปแล้วมั้ง”
“ถ้าศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้น ฉันคงรวยไปนานแล้ว”
“ไปขอพรจากบ่อ สู้ลงแรงทำไร่เพิ่มอีกสองหมู่ไม่ดีกว่าหรือ”
บางคนปากบอกไม่เชื่อ แต่ในใจกลับอดครุ่นคิดไม่ได้
คนสูงวัยในหมู่บ้านต่างจำได้ว่า บ่อน้ำแปดเหลี่ยมเคยมีเรื่องแปลก ๆ อยู่บ้าง ปีแล้งน้ำก็ไม่เคยแห้ง อีกทั้งยังช่วยนำทางคนหลงให้กลับไปถูกทาง เด็กที่เป็นไข้ พอเอาน้ำจากบ่อเช็ดตัวสองสามที ก็มักจะอาการดีขึ้น แต่ก่อนทุกคนคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่าของคนรุ่นเก่า ทว่าตอนนี้จู่ ๆ ก็มีคนเอาประสบการณ์ของตัวเองมาพูดถึง จะไม่ทำให้คนเกิดความคิดขึ้นมาบ้างก็ยาก
ยามบ่าย ผู้คนมานั่งหลบร้อนใต้ร่มไม้กันมากขึ้น
“เธอจะไปลองดูไหม?”
“ลองอะไร?”
“ลูกสาวคนรองของฉันกำลังเรียนหนังสืออยู่ไม่ใช่หรือ ฉันคิดว่าจะไปขอให้หัวไวขึ้นสักหน่อย”
“เธอเชื่อจริง ๆ เหรอ?”
“เชื่อไม่เชื่อค่อยว่ากัน ถ้าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาล่ะก็ แถมไม่ต้องเสียเงินด้วย”
พอได้ยินเช่นนั้น ชายคนหนึ่งที่นั่งยอง ๆ สูบบุหรี่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะเยาะ
“ขอให้หัวไวขึ้นก็ยังดีแล้ว ถ้าเป็นฉันนะ จะขอเรื่องใหญ่กว่านั้น”
“ใหญ่แค่ไหน?”
“เอาทุนคืนไง เมื่อคืนเสียไปตั้งหลายร้อย วันนี้ต้องชนะกลับมาให้ได้”
ทุกคนได้ยินแล้วก็พากันหัวเราะลั่น
“แกนี่คิดเกินตัวไปแล้ว”
“เทพบ่อไปติดหนี้แกหรือไง?”
ถึงจะพูดล้อเล่นกัน แต่พอใกล้มืด ก็เริ่มมีคนปรากฏตัวข้างบ่อจริง ๆ
คนแรกคือหญิงม่ายแซ่โจวจากร้านขายของชำทางตะวันออกของหมู่บ้าน อายุราวสามสิบกว่า นางจูงเด็กหญิงตัวผอมคนหนึ่งมาด้วย นางไม่ได้ส่งเสียงเอะอะ พอเดินมาถึงข้างบ่อก็เหลียวซ้ายแลขวาก่อน พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงวางลูกอมกำมือเล็ก ๆ กับขนมข้าวเหนียวสองชิ้นไว้บนขอบบ่อ
เด็กหญิงดูหวาด ๆ อยู่บ้าง
“แม่ ได้ผลจริงเหรอ?”
หญิงม่ายโจวลูบศีรษะลูกสาว “ได้ผลหรือไม่ได้ผล ลองดูก็ไม่เสียหายหรอก”
จากนั้นหญิงม่ายโจวก็เริ่มอธิษฐานไปทางปากบ่อ “ท่านเทพบ่อ ลูกไม่ขอให้ร่ำรวยมหาศาล ไม่ขออย่างอื่นด้วย ขอแค่ให้ลูกสาวหัวไวขึ้น จำหนังสือได้เร็วขึ้น อย่าให้คนอื่นหัวเราะเยาะนางก็พอ”
ใต้ก้นบ่อ หลิ่วชิงได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบทันที
【ตรวจพบข้อมูลคำอธิษฐาน】
【ผู้ขอพร: โจวชุนเหลียน】
【เนื้อหาคำอธิษฐาน: หวังให้บุตรสาวฉลาดในการเรียนยิ่งขึ้น และมีจิตใจแจ่มใส】
【ข้อเสนอแนะภารกิจ: รับคำขอได้】
หลิ่วชิงกวาดตามอง แล้วก็ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล
คำขอนี้ไม่ได้เกินเหตุอะไร แค่ช่วยให้เด็กมีจิตใจแจ่มใสขึ้นเล็กน้อยก็พอ ทำได้ และคุ้มค่ามาก
หลิ่วชิงมีความเมตตาต่อเด็ก ๆ เป็นพิเศษ
สองแม่ลูกเพิ่งจากไปได้ไม่นาน นักพนันขี้เมาที่กลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัวก็เดินโซเซเข้ามา
เขาฟุบลงบนขอบบ่อ อ้าปากก็พูดทันที
“ท่านปู่เทพบ่อ ขอให้คืนนี้ข้าพลิกชนะสิบเท่า ไม่สิ ยี่สิบเท่า! แล้วก็ขอโชคลาภลอยอีกสักหน่อย ให้ข้าใช้หนี้หมดด้วย ต่อไปข้าจะจุดธูปชั้นดีมาบูชาท่าน!”
ทันทีที่สิ้นเสียง หลิ่วชิงก็รู้สึกได้ว่ากลิ่นอายตรงปากบ่อปะปนขุ่นมัว สกปรกอย่างยิ่ง
แม้แต่หน้าต่างระบบยังไม่ทันสว่างขึ้นเต็มที่ มีเพียงข้อความเย็นชาแถวหนึ่งปรากฏขึ้น
【ความโลภมากเกินไป เหตุและผลขุ่นมัว ขอแนะนำให้ปฏิเสธ】
“ยืนยันการปฏิเสธ”
หลิ่วชิงเห็นแล้วก็อดขำในใจไม่ได้
“ยังคิดจะเอาทุนคืนอีก ฝันไปเถอะ”
นักพนันขี้เมารออยู่นาน แต่ก็ไม่มีอะไรเหนือธรรมชาติเกิดขึ้น จึงด่าพึมพำแล้วเดินจากไป ขากลับยังเตะก้อนดินข้างบ่อไปทีหนึ่ง
พอตกกลางคืน ก็มีชายคนหนึ่งที่ทำงานรับจ้างอยู่ในตัวอำเภอมาหาอีกคน
“ท่านเทพบ่อ เมื่อก่อนผมตกลงมาจากนั่งร้าน เถ้าแก่รับปากว่าจะจ่ายเงินชดเชยจากอุบัติเหตุในการทำงาน แต่ก็ผัดผ่อนมาตลอด ผมไม่ขอเงินลาภลอย แค่อยากได้เงินที่ควรได้คืนมา ครอบครัวยังมีลูกที่รอเงินค่าใช้จ่ายอยู่ครับ”
พอได้ยินคำอธิษฐานนี้ สีหน้าของหลิ่วชิงก็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
【ตรวจพบข้อมูลคำอธิษฐาน】
【ผู้ขอพร: หลิวซานเหอ】
【เนื้อหาคำอธิษฐาน: ทวงเงินชดเชยจากอุบัติเหตุในการทำงานที่สมควรได้รับคืน】
【ข้อเสนอแนะภารกิจ: รับคำขอได้ เหตุและผลชัดเจน】
“ยืนยันรับคำขอ”
......
ตลอดคืนมีคนมาที่ข้างบ่อไม่มากนัก แต่ก็ทำให้หลิ่วชิงเข้าใจนิสัยของระบบบ่ออธิษฐานเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง
ไม่ใช่ใครมาก็ได้
คำอธิษฐานที่จริงใจ สมเหตุสมผล และมีเหตุและผลรองรับ ระบบจะรับไว้และมอบค่าเครื่องสักการะให้
ส่วนคนที่โลภมากเกินไป เพ้อฝันถึงโชคลาภลอย หรือคิดจะอาศัยบ่ออธิษฐานไต่เต้าขึ้นสวรรค์ในก้าวเดียว แม้แต่ประตูก็ยังเข้าไม่ถึง
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
หลิ่วชิงหมอบกลับลงบนแท่นหิน
“อย่างน้อยก็ไม่ใช่ระบบเฮงซวยที่รับคำขอสกปรกทุกอย่าง”
แม้ตอนนี้เขาจะเป็นงู แต่ก็ยังมีหลักการขั้นพื้นฐานอยู่บ้าง หากระบบไม่เลือกกิน เขาก็คงไม่ต่างอะไรจากเทพชั่วร้ายเท่าไรนัก
ในช่วงหลายวันต่อมา หมู่บ้านเฉินเจียจวงเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างเงียบเชียบ
กลางวันยังคงมีคนมานั่งหลบร้อนและพูดคุยกันข้างบ่อ
แต่กลางคืน คนที่มาขอพรก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย
บางคนขอให้ผู้สูงอายุในบ้านผ่านช่วงอากาศร้อนนี้ไปอย่างปลอดภัย บางคนขอให้หาไก่เป็ดที่หายไปพบ บางคนขอให้ลูกไม่เป็นไข้อยู่เรื่อย บางคนขอให้กิจการเล็ก ๆ ที่ทำอยู่ราบรื่น คำอธิษฐานมีทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก หนักเบาแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องปกติ
หลิ่วชิงรับคำขอไปพลาง คัดเลือกไปพลาง
วันรุ่งขึ้น ลูกสาวของหญิงม่ายโจวก็ท่องหนังสือได้คล่องขึ้นมาก ระหว่างทางกลับบ้านยังกล้าอ่านบทเรียนออกเสียงเองด้วย
ทางด้านหลิวซานเหอ ผู้รับเหมาที่ค้างค่าแรงเขาบังเอิญถูกทางอำเภอตรวจสอบเข้า กลัวเรื่องจะบานปลาย จึงทำได้เพียงยอมจ่ายเงินที่ค้างไว้คืนให้แต่โดยดี
ยังมีหญิงชราคนหนึ่งที่ทำแม่ไก่ไข่หาย วันต่อมาก็พบมันอยู่หลังห้องเก็บฟืนในบ้านตัวเอง
เรื่องเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่สะเทือนฟ้า แต่ทุกเรื่องล้วนเกิดผลจริง
เรื่องเทพบ่อศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของครอบครัวเฉินอีกต่อไป
“ศักดิ์สิทธิ์จริงเหรอ?”
“เมื่อคืนลุงสามของฉันไปมา วันนี้บอกว่าไหล่สบายขึ้นเยอะ”
“เด็กบ้านโจวที่กลัวการท่องหนังสือที่สุดไม่ใช่หรือ ได้ยินว่าตอนนี้ท่องบทความภาษาโบราณได้แล้วนะ”
“หลิวซานเหอได้เงินคืนจริงหรือ?”
“ได้คืนแล้ว ตอนบ่ายยังไปโขกศีรษะขอบคุณข้างบ่อด้วย”
พอข่าวแพร่กระจาย ปฏิกิริยาของชาวบ้านก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
บางคนเลื่อมใสจนเวลาเดินผ่านยังต้องย่างเท้าเบาลง
บางคนก้ำกึ่งไม่เชื่อ ปากแข็งไม่ยอมรับ แต่กลางคืนกลับแอบไปกราบไหว้
ยังมีบางคนคิดหาช่องโหว่ ลองขอโชคลาภลอย ขอให้ร่ำรวยชั่วข้ามคืน หรือขอให้คนอื่นโชคร้าย แต่สุดท้ายก็เงียบหายไร้คำตอบทั้งหมด
ความแตกต่างเช่นนี้กลับยิ่งยืนยัน “กฎเกณฑ์” ของวิญญาณบ่อ
ไม่ใช่ทุกคำอธิษฐานจะได้รับการตอบสนอง
คราวนี้ผู้คนที่มาจึงระมัดระวังมากขึ้น
ใต้ก้นบ่อ หลิ่วชิงเห็นค่าเครื่องสักการะเพิ่มขึ้นทุกวัน 10 แต้ม 30 แต้ม 50 แต้ม... ความเร็วในการเพิ่มของตัวเลขรวดเร็วจนแม้แต่เขาเองยังตกใจ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ค่าบุญกุศลก็ค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นด้วย
0.3, 0.8, 1.5...
จนกระทั่งดึกคืนหนึ่ง พลังคำอธิษฐานสายสุดท้ายตกลงมา ระบบก็สั่นสะเทือนเบา ๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหัน
【ค่าบุญกุศล: 10】
【ค่าเครื่องสักการะ: 2000】
หลิ่วชิงเงยหน้าขึ้นทันที
ใต้ก้นบ่อมีเพียงความมืดสลัวสีเขียว เขาจ้องตัวเลขสองตัวบนหน้าต่างระบบ จนลืมแม้กระทั่งแลบลิ้นงูออกมา
สองปีครึ่งที่ไม่มีใครมาขอพร พอเริ่มมีคนมา ก็สะสมได้ถึงขนาดนี้เลย!
【บรรลุเงื่อนไขการเปิดประตูแห่งวาสนาแล้ว】
【ประตูแห่งวาสนาระดับ 1 ดาว: เปิดได้】
【ต้องการใช้ค่าบุญกุศล 10 แต้ม เพื่อเปิดประตูแห่งวาสนาระดับ 1 ดาวหรือไม่?
หมายเหตุ:
ระดับ 2 ดาวต้องใช้ค่าบุญกุศล 100 แต้ม
ระดับ 3 ดาวต้องใช้ค่าบุญกุศล 1000 แต้ม
ระดับ 4 ดาวต้องใช้ค่าบุญกุศล 10000 แต้ม
ระดับ 5 ดาวต้องใช้ค่าบุญกุศล 100000 แต้ม
เจ้าของระบบสามารถเดินทางผ่านประตูแห่งวาสนาเพื่อรับทรัพยากรและโอกาสต่าง ๆ ได้ (ความเสี่ยงกับผลตอบแทนมีควบคู่กัน)】
ดวงตางูของหลิ่วชิงเบิกกว้างทันที
ระบบเคยบอกไว้นานแล้วว่า ค่าบุญกุศลสามารถใช้เปิดประตูวาสนาแห่งสวรรค์นับหมื่นภพได้ เบื้องหลังประตูมีทั้งทรัพยากรและความเสี่ยง แต่สำหรับเขาในตอนนี้ การขังตัวเองบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ก้นบ่อจนถึงขั้นฝึกปราณระดับ 5 ก็แทบจะรีดพลังจากบ่อนี้จนหมดแล้ว หากจะก้าวหน้าต่อไป ไม่มีวาสนาช่วยย่อมไม่ได้
ลังเลหรือ?
แทบไม่มีเลย
หลิ่วชิงม้วนหาง แล้วส่งความคิดออกไป
“เปิด!”
