ย่านกับสหพันธ์สตรีจัดประชุมร่วมกัน ภารกิจแรกที่มอบหมายให้เธอก็คือวาดภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์
กฎหมายสมรสฉบับปี 1950 มาตราที่สองระบุว่า ห้ามมีคู่สมรสซ้อน กล่าวคือ ผู้ที่มีคู่สมรสอยู่แล้วห้ามสมรสกับผู้อื่นอีก และห้ามผู้ใดที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้วยินยอมสมรสด้วย
เมื่อเจียงสี่จูเห็นประโยคที่เรียบง่ายและชัดเจนเช่นนี้
เธอกลับรู้สึกว่า...ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
แค่นี้ยังต้องประชาสัมพันธ์อีกเหรอ ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ แต่เธอจะใช้ความคิดแบบคนยุคใหม่ที่อินเทอร์เน็ตเจริญแล้วมาคิดกับเรื่องในยุคนี้ไม่ได้
เธอได้ยินจากจางเหวินว่า ในหมู่บ้านแถบนี้ บ้านที่มีอิทธิพลหลายบ้านมักมีพฤติกรรมรับอนุภรรยาและมีคู่สมรสซ้อน แต่ขอบเขตงานของพวกเธอไม่ครอบคลุมหมู่บ้านใกล้เคียง
งานหลักของพวกเธอคือดูแลโรงงานผ้าฝ้ายกับโรงงานเหล็กในย่านเอ้อร์หลี่ตู้ รวมถึงงานที่กองการเมืองของเขตทหารติดต่อมา ขอให้ช่วยเหลือ
เขตทหารไม่มีองค์กรสหพันธ์สตรีของตนเอง
เรื่องความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสของทหารและครอบครัวทหาร ล้วนเป็นหน้าที่ของกองการเมือง
บางเรื่องที่กองการเมืองจัดการไม่ได้และเกี่ยวข้องกับความคิดของผู้หญิง โดยทั่วไปกองการเมืองจะติดต่อสหพันธ์สตรีในพื้นที่ให้ช่วยจัดการ
เรื่องของเจียงสี่จู เฉินชิงซาน และหลิวเหวินฮั่น ก็เป็นกรณีที่กองการเมืองของเขตทหารติดต่อสหพันธ์สตรีให้ไปช่วยไกล่เกลี่ยถึงบ้าน
หลังประชุมเสร็จและได้รับหัวข้อนี้มา เธอก็เริ่มศึกษาข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบทลงโทษการมีคู่สมรสซ้อน
เพราะกฎหมายสมรสปี 1950 ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการมีคู่สมรสซ้อนหรือรับอนุภรรยาจะมีบทลงโทษอย่างไร หากไม่เขียนให้ชัดว่าจะลงโทษอย่างไร ต่อให้ประชาสัมพันธ์ไปก็ไม่มีประโยชน์
แส้ไม่ฟาดลงบนตัว ใครจะรู้ว่าเจ็บ
หลายวันมานี้เธอเอาแต่ศึกษาข้อมูลเหล่านี้ ทั้งค้นเอกสารและหาหลักฐานอ้างอิง
