“ยังมีอีก”
เจียงสี่จูพูดพลางชี้ไปยังกระดาษหลายแผ่นบนเก้าอี้ตัวเล็กข้าง ๆ
น้ำเสียงแฝงความอวดดีอยู่เล็กน้อย
“กระดาษพวกนี้ทั้งหมดให้คุณ เป็นของขวัญวันเกิด”
เฉินชิงซานนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ อยากหยิบกองกระดาษขึ้นมาดู
แต่พอเห็นว่ามือของตัวเองเปื้อนมอมแมม ก็รีบวิ่งไปล้างมือ พอล้างเสร็จก็เช็ดให้แห้งสะอาดแล้วค่อยกลับมาดูภาพเหล่านั้น
ถึงจะไม่ได้วาดให้เหมือนเขาเป๊ะ ๆ แต่คล้ายตัวละครในการ์ตูน และมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเขา
เขาดูไปหลายหน้า ยิ่งดูก็ยิ่งยิ้มกว้าง
เจียงสี่จูเหลือบเห็นรอยยิ้มที่ดูไร้ค่าของเขา มุมปากกลั้นยิ้มไว้พลางวาดรูปต่อ
เธอพูดเสียงเบาว่า “สุขสันต์วันเกิด เฉินชิงเหอ”
เฉินชิงซานสงสัยว่าตัวเองหูฝาด จึงขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย
เขาวางแขนพาดบนที่เท้าแขนทั้งสองข้างของเก้าอี้โยก โน้มตัวลงจ้องใบหน้าที่แสร้งทำเป็นนิ่งเฉยของเธอ แล้วเอ่ยยิ้ม ๆ
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ผมไม่ได้ยิน”
เธอบอกให้เขาสุขสันต์วันเกิด แถมยังเรียกเขาด้วยชื่อเฉินชิงเหออีกด้วย
เงาทอดลงบนศีรษะเจียงสี่จู ไม่ต้องมองก็รู้ว่าแววตาของเขาคงเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับเหมือนมีดาวอยู่ในนั้น
เธอจัดผมอย่างใจเย็น เงยหน้าสบตาเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ฉันบอกว่าขอให้คุณสุขสันต์วันเกิด เฉินชิงซาน”
“เมื่อกี้คุณพูดว่าสุขสันต์วันเกิดเฉินชิงเหอ ผมได้ยินหมดแล้ว”
ระยะห่างใกล้กันแค่เอื้อมมือ เธอมองเห็นเส้นเลือดฝอยแดงในดวงตาของเขา และความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม
“คุณออกจากบ้านกี่โมง”
พูดจบ เธอก็นั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อดมกลิ่นบนตัวเขา
ตอนนี้เธอแยกออกแล้วว่าจากกลิ่นบนตัวเฉินชิงซาน เขาไปสนามฝึก อยู่ในป่า หรือเข้าไปในหมู่บ้าน
กลิ่นแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
