เจียงสี่จูกำลังเก็บชามกับตะเกียบที่เขากินเสร็จแล้ว พอได้ยินคำพูดของเขา มือที่ขยับอยู่ก็ช้าลงเรื่อย ๆ
“ตอนนี้ไม่ได้ยกเลิกการทำสัญญาค่าลิขสิทธิ์กันหมดแล้วหรือ นายไปเจรจาจนสำเร็จได้ยังไง”
สองแห่งที่เธอไปเจรจามา ไม่ว่าจะเป็นสำนักภาพหรือสำนักพิมพ์ประชาชน ต่างก็ให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกัน
หลังจากยกเลิกระบบค่าลิขสิทธิ์ในปี 1960 พวกเขาก็ไม่ทำสัญญาค่าลิขสิทธิ์กับนักสร้างสรรค์อีกต่อไป เปลี่ยนเป็นระบบซื้อขาดทั้งหมด
ต้นฉบับที่เธอส่งให้ร้านหนังสือซินหัว ทางนั้นก็ตอบกลับมาว่าจะจ่ายค่าต้นฉบับแบบซื้อขาด แถมยังเสนอราคาแค่หน้าละหกเหมา เธอเลยเลิกเจรจาต่อกับพวกเขาทันที
สัปดาห์นี้เธอไปเจรจากับทั้งสำนักภาพและสำนักพิมพ์ประชาชนอีกครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยพอใจกับผลลัพธ์นัก
เมื่อครู่ตอนเฉินชิงซานถามเรื่องต้นฉบับภาพวาด เธอเลยบ่นไปสองสามคำตามเรื่อง
เดิมทีเธอวางแผนไว้ว่าวันจันทร์หน้า จะเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ประชาชนเมืองคุน
เฉินชิงซานพูดอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย
“ยกเลิกก็ยกเลิกไป ไม่ได้แปลว่าจะปัดตกทุกอย่างเสียหน่อย ตามฉันมาเรียนรู้ดี ๆ เถอะ เรื่องทักษะการเจรจาน่ะ ฉันสบายมาก คุณตาของฉันทำงานด้านนี้ ฉันฟังมาตั้งแต่เด็ก เชี่ยวชาญสุด ๆ
ที่เธอพูดถูกอยู่ข้อหนึ่ง ถ้าจะเป็นจิตรกร ภาพลักษณ์สำคัญมาก ในเมืองมีผู้หญิงวาดภาพประกอบอยู่ไม่กี่คน เธอต้องหยิบนโยบายที่ตอนนี้สนับสนุนให้ชายหญิงทำงานเท่าเทียม ได้ค่าตอบแทนเท่ากัน กับ ‘สตรีตรึงฟ้าได้ครึ่งหนึ่ง’ มาใช้ ยกระดับความสำคัญของเรื่องนี้ให้พวกเขาเห็น”
นอกจากพ่อกับปู่ของเขา ที่มักทำให้เขารู้สึกเหมือนบัณฑิตเจอทหาร พูดเหตุผลกันไม่รู้เรื่อง
คนอื่น ๆ นั้น ตอนเจรจาเขาไม่เคยแพ้ใคร
