สิ่งที่ซิ่งหยวนได้ยินจากอาจารย์คือ สหายสาวแซ่เจียงจากสหพันธ์สตรีเป็นคนสวย แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะสวยถึงขนาดนี้ แม้แต่คิ้วยังงามราวกับวาดขึ้นมา
“วาดเล่น ๆ เอาไว้หาเลี้ยงปากท้องน่ะ ถ้าไม่ได้ความร่วมมือจากทางตำรวจของพวกคุณ ฉันก็คงหาหัวข้อดี ๆ แบบนี้ไม่ได้”
เจียงสี่จูตอบอย่างสุภาพ
เธอถอดผ้าคลุมศีรษะออก พาดไว้บนแขน แล้วเดินตามตำรวจหนุ่มหน้าใหม่เข้าไปด้านใน
ดูจากหน้าตาแล้ว ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับเธอ
หน้าตาก็ดูสุภาพเรียบร้อย
พอเดินเข้าไปในห้อง เห็นว่าไม่มีใครนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานทั้งสองตัว เธอจึงยืนตรงประตู ยิ้มถามเพิ่มอีกคำว่า “เปิดประตูค้างไว้ได้ไหมคะ”
ซิ่งหยวนกำลังถือกาน้ำชาสานจากหวาย เตรียมรินชาให้หญิงสาว พอได้ยินคำถามพร้อมรอยยิ้มของเธอ ก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“ได้สิ เปิดไว้เลย พอดีผมจะเปิดหน้าต่างด้วย จะได้ระบายอากาศ”
ทั้งคู่ต่างเข้าใจกันดี
เปิดประตูไว้ จะได้ไม่มีใครเอาไปนินทา
เขาถือแก้วน้ำชาไปวางข้างหญิงสาวที่กำลังพับผ้าคลุมศีรษะ แล้วยิ้มถามว่า “สหายแซ่เจียงเป็นคนที่ไหนครับ ดูแล้วไม่เหมือนคนแถบเตียนหนานเลย”
ไม่ว่าจะหน้าตา สีผิว หรือส่วนสูง ก็ดูไม่เหมือนคนแถบตะวันตกเฉียงใต้เลยสักอย่าง
ส่วนสูงของเธอแทบจะเท่าผู้ชายแถบตะวันตกเฉียงใต้แล้ว
เจียงสี่จูยิ้ม พลางเก็บผ้าคลุมศีรษะใส่กระเป๋า
“ฉันเป็นคนเมืองซู มณฑลเจียง ตามสามีมาอยู่ที่นี่ค่ะ สามีฉันเป็นผู้พันประจำเขตทหารข้าง ๆ”
ซิ่งหยวนนั่งลงตรงข้ามเธอ แววตาฉายความผิดหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่งงานแล้วเหรอ เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ผู้หญิงสวย ๆ มักไม่หลุดมาถึงตลาด แต่เขาก็ไม่ได้ถามต่อ ผู้พันอย่างน้อยก็ต้องอายุเกือบสามสิบแล้ว
ส่วนสหายแซ่เจียงก็คงอายุราวยี่สิบต้น ๆ
