เชิ่นจิงหนี่ดื่มโจ๊กบนรถ พอท้องค่อย ๆ อุ่นขึ้น อาการไม่สบายก็ทุเลาลง
อ้อมกอดของจ้าวจงหลานสบายเหลือเกิน พอถึงสวนจื่อจิงถาน เธอก็สะลึมสะลือจนแทบจะหลับอยู่แล้ว
เธอขี้เกียจเดิน จึงออดอ้อนซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้เขาอุ้มเข้าไปในห้องนอน
ทันทีที่เข้ามาในห้องนอนของเขา เชิ่นจิงหนี่ก็นึกถึงลูกแก้วคริสตัลลูกนั้นขึ้นมา
เธอรู้สึกผิดอยู่บ้าง
แต่จ้าวจงหลานยังคงมีสีหน้าเย็นชาเช่นเดิม ระหว่างทางก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนั้น
เขาคงไม่ใส่ใจหรอกมั้ง
“คุณไปอาบน้ำแล้วนอนก่อนนะ ผมต้องจัดการงานนิดหน่อย”
จ้าวจงหลานมีประชุมออนไลน์ระดับนานาชาติ แม้จะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก แต่ประธานประจำภูมิภาคยุโรปของกลุ่มบริษัทกับประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินมีความเห็นไม่ตรงกันบางประการ เขาจึงต้องลงมาควบคุมการประชุมด้วยตัวเองเพื่อตัดสินใจ
“อ้อ ได้ค่ะ”
เชิ่นจิงหนี่ที่ยังง่วงงุน สมองมึน ๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย
เสียงของเธอนุ่มนิ่ม ดวงตาฉายแววเลื่อนลอย แก้มยังระเรื่อด้วยสีชมพูจาง ๆ ดูทั้งว่าง่ายและอ่อนหวาน
จ้าวจงหลานพลันไม่อยากเดินไปไหนเสียแล้ว
เธอว่าง่ายเกินไป
อยาก...
หัวใจเขาไหววูบ ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนอีกครั้ง ประทับจูบลงบนริมฝีปากชุ่มฉ่ำ แทรกลิ้นผ่านเรียวฟัน ทั้งดูดดื่มทั้งขบเม้ม จุมพิตเธออย่างลึกล้ำ
ในห้องเปิดเครื่องทำความร้อนไว้จนอบอุ่น
เชิ่นจิงหนี่สวมเพียงชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน รองเท้าขนฟูสีขาวสวมเท้าเปล่า แม้แต่ถุงเท้าก็ไม่ได้ใส่ แต่กลับไม่รู้สึกหนาว
กลับรู้สึกร้อนอยู่บ้างด้วยซ้ำ
ลมหายใจร้อนผ่าวของจ้าวจงหลานทำให้แก้มเธอร้อนวูบ
เขาโอบเอวเธอไว้แน่น กดเธอชิดกับแผ่นอก แรงกอดหนักหน่วงราวกับอยากหลอมเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเลือดเนื้อของเขา
