หลังเลิกงาน เชิ่นจิงหนี่ตั้งใจจะกลับบ้าน
แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันศุกร์
คุณนายสวี่เตรียมอาหารบำรุงยาไว้ให้เธอ ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์เธอต้องดื่ม ถ้าไม่ดื่มก็จะเล่นแง่ด้วยการทำเป็นป่วย ส่วนพ่อของเธอก็เป็นพวกคลั่งรักภรรยา ใครก็ขัดใจไม่ได้
แต่เธอหลบได้เสียอย่าง
ฉู่โหยวนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ในห้องทำงานของเชิ่นจิงหนี่ ปากก็เคี้ยวมันฝรั่งทอดไปด้วย “เจ้านาย นี่ก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว น่าจะกลับได้แล้วใช่ไหมคะ?”
เชิ่นจิงหนี่นอนอยู่บนโซฟา ง่วงจนหาวออกมา ก่อนโบกมือบอกว่า “รออีกหน่อย กลับหลังเที่ยงคืนแล้วกัน”
ถึงตอนนั้น แม้แต่พวกคนรับใช้ในตระกูลเชิ่นก็คงเข้านอนกันหมดแล้ว
“แต่พรุ่งนี้เช้าเราต้องรีบไปขึ้นเครื่องนะคะ ฉันไม่เป็นไรหรอก แต่เจ้านายจะตื่นไหวเหรอ?”
ฉู่โหยวอาจไม่ฉลาดนัก แต่รู้จักเจ้านายตัวเองดี ทุกวันเชิ่นจิงหนี่ต้องนอนให้พอ ไม่อย่างนั้นทั้งวันก็ไม่มีแรง
“อย่าดูถูกกันสิ ฉันจะตั้งนาฬิกาปลุกสักสิบอันเดี๋ยวนี้แหละ”
เชิ่นจิงหนี่เพิ่งตั้งนาฬิกาปลุกเสร็จ เจียงจ้านก็โทรเข้ามา
เธอไม่คิดเลยว่าดึกป่านนี้เจียงจ้านจะมาหา
แสงไฟริมถนนในเขตเมืองสว่างไสว
รถเฟอร์รารีสีแดงสะดุดตาจอดอยู่หน้าร้านหลักของซื่ออ้าย
เจียงจ้านสวมเสื้อกันลมสีดำ แนวไหล่ได้รูป รูปร่างสูงโปร่งขายาว กางเกงขายาวสีดำสอดเข้าไปในรองเท้าบูตสั้น เขาพิงประตูรถ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มสบาย ๆ แฝงความเจ้าเล่ห์อยู่เล็กน้อย
“ดึกขนาดนี้ คุณมาทำอะไร?”
เชิ่นจิงหนี่ออกมาโดยไม่ได้สวมเสื้อคลุม เธออยากรีบส่งเขากลับไปให้เร็วที่สุด
เมื่อก่อนเธอมองเจียงจ้านเป็นเพื่อนมาตลอด พอรู้ว่าเขาจะสารภาพรักกับเธอ ก็อดรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่ได้
“ก็แวะมาดูคุณไง” เจียงจ้านจ้องใบหน้าเล็กขาวผ่องงดงามของเธอ น้ำเสียงเจือแววตัดพ้อเล็กน้อย “วันนั้นผมโทรหาคุณ ทำไมไม่รับ?”
