จ้าวจงหลานมีคฤหาสน์ส่วนตัวอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ
บางครั้งเขามาเมืองท่าก่างเฉิง แต่ไม่เคยพักโรงแรม
คฤหาสน์หรูหลังนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาไท่ผิง เคยซื้อขายกันในราคากว่าหนึ่งล้านหยวนต่อตารางเมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทั่วทั้งอ่าววิคตอเรียได้อย่างเต็มตา อีกทั้งยังเงียบสงบร่มรื่น
ฉางอานพาเชิ่นจิงหนี่เข้าไปในคฤหาสน์
เชิ่นจิงหนี่ไม่คิดเลยว่าสถานที่ที่จ้าวจงหลานแวะมาพักเป็นครั้งคราวจะหรูหราถึงเพียงนี้ คนที่ซื้อบ้านในทำเลแบบนี้ได้ ล้วนเป็นบุคคลสำคัญระดับหัวแถวที่มีชื่อเสียงในเมืองท่าก่างเฉิง
แม้จะหาโอกาสได้ยาก แต่ตอนนี้เธอไม่มีใจจะชื่นชมทิวทัศน์แล้ว
เธอเดินอย่างเร่งรีบ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังแผ่วเบาเป็นจังหวะ
ฉางอานพาเธอมาถึงชั้นสอง ก่อนหยุดลงหน้าประตูไม้แกะสลักบานหนาหนัก เขาก้มตัวผลักประตูเปิดอย่างนอบน้อมแต่ไม่ประจบ แล้วกล่าวว่า “ท่านประธานรอคุณอยู่ข้างในครับ”
เชิ่นจิงหนี่ก้าวเข้าไป
ภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ แสงเพียงแหล่งเดียวส่องผ่านหน้าต่างบานสูงจากพื้นจรดเพดานเข้ามา เมื่อมีม่านกั้นไว้ แสงจึงสลัวพร่าเลือน
ชวนให้รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ภายใต้แสงสลัว เธอมองเห็นจ้าวจงหลานนั่งอยู่บนโซฟาสีเขียวเข้มไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลาซ่อนอยู่ในเงามืดจนมองไม่เห็นอารมณ์แม้แต่น้อย
มือข้างหนึ่งของเขาวางพาดอยู่บนที่วางแขน ปลายนิ้วคีบบุหรี่ไว้ ประกายไฟสีแดงชาดสะดุดตาเป็นพิเศษ ท่วงท่าสบายผ่อนคลาย ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบจนน่ากลัว
เชิ่นจิงหนี่เริ่มคิดอยากถอยหนี แรงกดดันที่มองไม่เห็นบีบให้เธอหยุดฝีเท้า
แต่ถึงอย่างไรเธอก็เคยพบเจอสถานการณ์ใหญ่ ๆ มาบ้าง ต่อให้น่ากลัวแค่ไหนก็ไม่ถึงกับต้องหันหลังวิ่งหนี
