เสิ่นจิงหนี่ไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน
แม้แต่ก่อนหน้านี้ที่จูบกับเขา ก็ยังเป็นครั้งแรก
ต้องยอมรับว่า จ้าวจงหลานเป็นครูที่ดีมาก ทั้งอดทนและใจเย็นเป็นพิเศษ ถึงขั้นแสดงความอ่อนโยนที่หาได้ยากออกมา
แต่เขาใช้เวลานานเหลือเกิน
สายฝนกลับมาตกกระหน่ำอีกครั้ง เม็ดฝนกระทบขอบหน้าต่างดังเปาะแปะ ราวกับมีจังหวะเร้าใจ
จนมือของเสิ่นจิงหนี่อ่อนล้าจนแทบยกไม่ขึ้น ริมฝีปากที่บวมเจ่อก็ถูกเขาบดจูบอย่างหนักหน่วง
เขาเอ่ยเสียงแหบพร่าปนเกลี้ยกล่อมว่า “เรียกชื่อผมสิ”
มือของเสิ่นจิงหนี่สั่นระริก น้ำเสียงหวานหยดย้อย “จ้าวจงหลาน”
หลังเสียงครางต่ำอย่างเย้ายวนของชายหนุ่ม สายฝนก็ค่อย ๆ ซาลง ห้องมืดสลัวกลับคืนสู่ความเงียบสงัด
แม้แต่อากาศก็ยังชื้นอบอ้าว
เสิ่นจิงหนี่ง่วงมากจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
เธอจำได้แค่ว่าจ้าวจงหลานอุ้มเธอไปห้องน้ำ แล้วเรียกคนมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน
มือคู่นั้นที่เพิ่งผ่านการบำรุงมา ถูกเขาล้างจนสะอาดทีละนิ้ว ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปาก
พอถึงกลางดึก ท้องของเสิ่นจิงหนี่ก็เริ่มปวด
เธอตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอย่างทรมาน อยากไปห้องน้ำ แต่กลับพบว่าจ้าวจงหลานกอดเธอไว้แน่น
ดูเหมือนเขาจะหลับไม่สนิท เธอแค่ขยับตัวนิดเดียว เขาก็ตื่นแล้วโน้มเข้ามางับริมฝีปากเธอ
เสิ่นจิงหนี่ยกมือผลักเขา แต่เพราะแสงสลัวจนกะน้ำหนักไม่ถูก ฝ่ามือจึงฟาดเพียะเข้าที่ใบหน้าของจ้าวจงหลาน
เล็บเหมือนจะข่วนโดนแนวกรามของเขาด้วย
จ้าวจงหลานหรี่ตา คว้ามือซุกซนนั้นไว้แล้วบีบแรง ๆ เป็นการลงโทษ ก่อนเอ่ยเสียงข่มขู่ว่า “ยังมีแรงตบผม ดูท่าจะไม่เหนื่อยนะ”
พอรู้ว่าตัวเองตบจ้าวจงหลานเข้า เสิ่นจิงหนี่ก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง รีบอธิบายว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”
แต่ช่วงหลายวันนี้เธอก็พอจะจับทางได้แล้ว
จ้าวจงหลานดูจะใจกว้างกับเธอเป็นพิเศษ ขอแค่รีบอ่อนข้อและออดอ้อน เขาก็ไม่ทำอะไรเธอหรอก
