เสิ่นจิงหนี่ชะงักงันด้วยความประหลาดใจ
จ้าวจงหลานกำลังปลอบเธอหรือข่มขู่เธอกันแน่?
ฟังดูแปลก ๆ ชอบกล
เอาเป็นว่าเธอจะถือว่าเขาสำนึกขึ้นมาได้ เลยฝืนใจปลอบเธอก็แล้วกัน
เสิ่นจิงหนี่สูดจมูก ก่อนบังคับตัวเองให้สงบลงอีกหลายวินาที ในที่สุดน้ำตาก็หยุดไหลได้อย่างทุลักทุเล
ดวงตาหงส์คู่สวยยังพร่ามัวด้วยหยาดน้ำ เธอมองเขาอย่างหวาดหวั่น ทว่าก็ยังรวบรวมความกล้าเอ่ยขอขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้นคุณชดเชยความเสียหายทั้งหมดก่อนหน้านี้ให้ฉันได้ไหมคะ?”
ไม่รู้ว่าตระกูลเสิ่นเสียหายไปเท่าไร แค่คิดก็เจ็บใจจนแทบกระอักเลือดแล้ว
พูดจบ เธอก็เริ่มแสร้งทำตัวน่าสงสารอีกครั้ง “บ้านคุณร่ำรวยมหาศาล ย่อมไม่เห็นเงินแค่นั้นอยู่ในสายตา แต่บ้านเราเป็นตระกูลเล็ก ๆ ต้องพึ่งเงินพวกนั้นเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนะคะ”
จ้าวจงหลานเพิ่งเคยเจอผู้หญิงน่าสนใจขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ทั้งนั่งร้องไห้อยู่บนตักเขา ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา แต่กลับกล้าเรียกร้องอย่างไม่เกรงใจ แผนเล็กแผนน้อยเผยออกมาชัดเจน แทบจะเห็นอยู่แล้วว่าเธอคิดถึงแต่เงิน
ถึงอย่างไรตระกูลเสิ่นก็เป็นตระกูลมีชื่อเสียง มีรากฐานอยู่บ้าง ต่อให้ขาดทุนไปหลายพันล้านก็ไม่ถึงกับสั่นคลอนรากฐาน
เขาไม่ได้คิดจะทำอะไรตระกูลเสิ่น
สิ่งที่ควรชดเชย เขาก็จะชดเชยให้
แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องเชื่อฟัง
จ้าวจงหลานใช้นิ้วปัดปอยผมข้างแก้มเธอออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเช็ดคราบน้ำตาตรงหางตา สีหน้าสงบนิ่ง “เสิ่นจิงหนี่ ผมเป็นนักธุรกิจ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเธอ
ดูท่าเขาคงจะเริ่มคุยเงื่อนไขกับเธออย่างจริงจังแล้ว
ก็จริง เขาเป็นนักธุรกิจ เป็นนายทุนที่กินคนโดยไม่คายกระดูกออกมา จะพูดจาใจดีด้วยง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน
เสิ่นจิงหนี่นั่งตัวตรง แผ่นหลังเล็ก ๆ ยืดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าอย่างนั้นคุณจ้าวจูบฉันกะทันหันหมายความว่ายังไงคะ?”
