คืนนี้เชิ่นจิงหนี่มีความสุขมาก เธอมองพลางถ่ายรูปไปด้วย
ราวสิบกว่านาทีต่อมา โดรนเหล่านั้นก็แปรขบวนอีกครั้ง เรียงตัวเป็นคำว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาส”
หลังจากชมจนเต็มอิ่ม เวินซู่อี้จึงเตือนให้เชิ่นจิงหนี่เริ่มกินโจ๊ก
“พี่เวินคะ คุณซ่งใจกว้างจริง ๆ ถึงกับเรียกโดรนมาเยอะขนาดนี้”
โดรนนับหมื่นลำไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ จะเรียกมาได้ง่าย ๆ แถมยังควบคุมยาก ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะทำได้
เห็นได้ว่าซ่งเยี่ยนถิงเจ้าภาพในคืนนี้เป็นคนที่ไม่เลวเลยจริง ๆ
มาเที่ยวครั้งนี้คุ้มแล้ว
เวินซู่อี้ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง ขมวดคิ้วแล้วบอกว่า “นี่ไม่ใช่ฝีมือเยี่ยนถิง”
“เอ๊ะ?”
เวินซู่อี้มองเธอแล้วเน้นทีละคำ “เป็นคุณจ้าวต่างหาก”
มือที่ถือช้อนกระเบื้องขาวของเชิ่นจิงหนี่ชะงักกึก จากนั้นมุมปากก็พลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มงดงาม ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าโจ๊กที่เวินซู่อี้เคี่ยวให้ช่างอุ่นท้องเหลือเกิน
ความอบอุ่นยังแผ่ซ่านไปทั่วอกด้วย
หลังห้าทุ่ม ซ่งเยี่ยนถิงก็ให้คนแจกของขวัญคริสต์มาสชิ้นเล็ก ๆ แก่ทุกคน
ของขวัญสำหรับสุภาพสตรีส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องประดับจากแบรนด์ดัง ซึ่งเลือกให้แตกต่างกันไปตามแต่ละคน ทุกคนยังได้ทองคำคนละชิ้นสลักคำว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาส” ไว้ด้วย
ส่วนของสุภาพบุรุษเรียบง่ายกว่า เป็นไฟแช็กเอส.ที. ดูปองต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ของสะสมระดับสูงที่มีเงินก็หาซื้อไม่ได้
ฉู่โหยวรู้สึกว่ามาครั้งนี้คุ้มสุด ๆ
เธอลูบทองคำพลางทอดถอนใจ “ของขวัญชิ้นนี้ราคาเท่าเงินเดือนฉันตั้งหลายเดือนเลยนะคะ เจ้านาย คราวหน้าถ้ามีเรื่องดี ๆ แบบนี้อีก ต้องนึกถึงฉันเป็นคนแรกนะ”
