ทว่า ยิ่งเข้าใกล้จุดหมาย เจียงหว่านซิงก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด นิ้วที่กำพวงมาลัยขาวซีดจนเห็นข้อ มือชื้นเหงื่อ
เธอกำลังประหม่า
ราวกับมีปุยนุ่นชุ่มน้ำเย็นกดทับอยู่กลางอก หนักอึ้งจนหายใจไม่ออก
ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้ว แต่พอต้องเผชิญหน้าจริง ๆ กลับยังอดใจหวิวไม่ได้
เมื่อมาถึงลานจอดรถ เจียงหว่านซิงนั่งอยู่ในรถนานมาก กว่าจะสูดลมหายใจลึกแล้วลงจากรถ
เธอมองประตูทางเข้าของฉางซานอินเตอร์เนชันแนล ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้าวเข้าไปอย่างแน่วแน่
ที่เคาน์เตอร์บริการส่วนกลาง มีพนักงานสาวคนหนึ่งคอยต้อนรับเธอ
หลังจากแจ้งจุดประสงค์ พนักงานสาวก็รีบช่วยตรวจสอบข้อมูลให้
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ตอนนี้คุณมีคะแนนสะสมอยู่ 830,000 คะแนนที่สาขาหวายซีของเรา ต้องการแลกของรางวัลประเภทไหนคะ?”
เมื่อได้ยินคำว่า “830,000 คะแนน” สมองของเจียงหว่านซิงก็อื้ออึงขึ้นมา ฉับพลันนั้นความคิดทุกอย่างพลันว่างเปล่า
ที่แท้ใบเสร็จเมื่อวานก็เป็นเพียงยอดเล็ก ๆ ที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น
ที่โจวถิงเยี่ยนทำตัวสงบนิ่งได้ขนาดนั้น ก็เพราะไม่ใส่ใจและขี้เกียจอธิบายให้เธอฟังต่างหาก
เจียงหว่านซิงไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกจากฉางซานอินเตอร์เนชันแนลมาได้อย่างไร เธอยืนนิ่งงันอยู่ข้างรถ ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ
ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ก็มีคนใช้บัตรเสริมรูดซื้อของที่นี่ ยอดใช้จ่ายตลอดสองเดือนมากกว่าที่เธอใช้ทั้งปีเสียอีก
สายลมพัดผ่าน ปลิวเส้นผมที่ปรกหน้าผากของเธอ แม้อากาศจะร้อนระอุ แต่เธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บ
ขณะที่กำลังเหม่อลอย สายจากอวี๋ฮุ่ย ผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้น
เจียงหว่านซิงมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ สูดหายใจปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนรับสาย
“แม่คะ”
เสียงของเธอแหบพร่า ทันทีที่เปล่งเสียงออกมา ความน้อยใจในใจก็เอ่อล้นจนแทบรับไม่ไหว
“ซิงซิง พรุ่งนี้วันเกิดพ่อ หนูพาถิงเยี่ยนกลับมากินข้าวด้วยกันได้ไหม” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความลังเลและหยั่งเชิงอย่างเห็นได้ชัด
ความแสบร้อนที่ปลายจมูกของเจียงหว่านซิงยิ่งทวีขึ้น
เธอแต่งงานกับโจวถิงเยี่ยนมาสามปีแล้ว แต่เขาไม่เคยไปบ้านเธอเลย จนญาติมิตรที่บ้านเกิดต่างพูดกันไปสารพัดเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงานของเธอ
แน่นอนว่าเรื่องที่พูดกันมากที่สุดก็คือเธอเป็นเมียน้อยอยู่ข้างนอก ไม่ได้แต่งงานจริง ๆ เสียหน่อย
ใครเขาแต่งงานกันจริงจังตั้งสามปี แต่ลูกเขยกลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประตูบ้านแม่ยายหันไปทางไหนกันล่ะ
พอไม่ได้ยินเจียงหว่านซิงตอบ อวี๋ฮุ่ยก็รีบเปลี่ยนคำพูด “ไม่เป็นไร ๆ ถิงเยี่ยนงานยุ่ง เราไม่บังคับหรอก เรื่องน้องชายทำให้พ่อไม่สบายใจมาก ถ้าหนูไม่ยุ่งก็กลับมานั่งเป็นเพื่อนพ่อหน่อยนะ”
เจียงหว่านซิงรู้สึกละอายใจ หลายปีมานี้เธอเอาแต่หมุนวนอยู่รอบโจวถิงเยี่ยน แม้หลังเกิดเรื่องกับน้องชาย เธอก็ทำได้แค่ถามไถ่ทางโทรศัพท์ ทุกครั้งที่กลับบ้านก็รีบร้อน แม้แต่ค้างคืนที่บ้านสักครั้งก็ยังไม่เคย
“ได้ค่ะ พรุ่งนี้หนูจะกลับแต่เช้า ถิงเยี่ยนเขา...”
เจียงหว่านซิงพูดไปน้ำตาก็ไหลลงมา เพื่อไม่ให้พ่อแม่เสียใจไปมากกว่านี้ เธอจึงโกหกปลอบใจพวกท่าน “แม่คะ ถิงเยี่ยนไปต่างประเทศแล้ว โครงการที่โน่นมีปัญหานิดหน่อย พรุ่งนี้เขากลับมาไม่ได้ค่ะ”
“เขายุ่ง พ่อกับแม่เข้าใจ”
อวี๋ฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ฟังออกว่าผิดหวังอย่างชัดเจน เจียงหว่านซิงยิ่งรู้สึกผิด
“นี่คุณพูดอะไรกับซิงซิงอีกล่ะ ลูกงานยุ่งอยู่แล้ว ทำไมไม่ปล่อยให้เธอสบายใจบ้าง”
เสียงของเจียงฉี่เหวินผู้เป็นพ่อ ทำให้น้ำตาของเจียงหว่านซิงไหลพรากยิ่งกว่าเดิม
ใคร ๆ ก็บอกว่าลูกสาวเป็นผ้าผืนเล็กที่คอยให้ความอบอุ่นแก่พ่อ เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุดในครอบครัวของเธอ
พ่อรักเธอเป็นพิเศษ จนน้องชายยังอิจฉา
“ซิงซิง อย่าไปฟังแม่พูดเหลวไหลเลย วันเกิดอะไรกัน แค่หนูสบายดีก็พอแล้ว หยุดได้ตั้งสองวันทั้งที ไม่ต้องลำบากเดินทางไป ๆ มา ๆ หรอก”
พ่อแม่ไม่ใช่คนโง่ พวกท่านรู้ดีว่าเธอตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก่อนหน้านี้ไม่เคยขอให้เธอพาโจวถิงเยี่ยนกลับบ้านเลย สาเหตุที่ปีนี้พูดขึ้นมาเช่นนี้ อย่างแรกก็เพราะข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ฟังแล้วทนไม่ไหว อย่างที่สองคือโจวถิงเยี่ยนยอมช่วยดูแลคดีของน้องชาย พ่อแม่จึงอยากขอบคุณเขาต่อหน้า
“พ่อ หนูอยากกินบะหมี่ทำมือฝีมือพ่อค่ะ ถ้าไม่กลับบ้านแล้วจะไปหากินที่ไหนได้”
เจียงฉี่เหวินหัวเราะ “ได้สิ อยากกินอะไรอีกล่ะ พรุ่งนี้พ่อทำให้หมดเลย”
“อยากกินเนื้อตุ๋นซอสด้วยค่ะ ของที่ซื้อข้างนอกไม่อร่อยเท่าที่พ่อทำ”
“ได้ พ่อจะออกไปซื้อเนื้อมาหมักเดี๋ยวนี้เลย พรุ่งนี้ตุ๋นพอดี”
หลังวางสาย เจียงหว่านซิงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
พ่อแม่ของเธอเป็นครูมัธยมต้นในเมืองเล็ก ๆ สอนหนังสืออบรมคนมาทั้งชีวิต มีลูกศิษย์อยู่ทั่วทุกสารทิศและเป็นที่รักของนักเรียน
แต่ใครจะคิดว่าเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าลูกเขยของตัวเอง พวกท่านจะต้องถ่อมตัวถึงเพียงนี้ แค่ได้พบหน้าเขาสักครั้งก็ยังเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
เธอเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนขึ้นรถทันที จุดหมายคือหมู่บ้านจัดสรรหรูชื่ออ่าวซิงเยวี่ย
จากข้อมูลที่เพิ่งตรวจสอบพบว่า ส่วนใหญ่ใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของฉางซานอินเตอร์เนชันแนล และที่อยู่จัดส่งคืออ่าวซิงเยวี่ย
สิบห้านาทีต่อมา เธอก็มาถึงหน้าอ่าวซิงเยวี่ย แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขวางไว้
ที่นี่เป็นหมู่บ้านจัดสรรหรูที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ได้ด้อยไปกว่าคฤหาสน์อวี้เฟิงเลย
เจียงหว่านซิงเข้าไปไม่ได้ ด้วยความร้อนใจจึงแจ้งเบอร์โทรศัพท์ของโจวถิงเยี่ยน อ้างว่าคุณโจวให้เธอมารับเอกสาร
พออีกฝ่ายได้ยินชื่อโจวถิงเยี่ยน ก็เหลือบมองเข้าไปในรถของเธออีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่ามีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว จึงยอมปล่อยให้ผ่านเข้าไป
เธอกำพวงมาลัยแน่นด้วยความประหม่า แต่ในใจกลับเหมือนมีรูโหว่ ไม่ว่าจะสูดลมหายใจอย่างไร ก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง
แถวสอง อาคารหก เจียงหว่านซิงจอดรถหน้าวิลล่า
เมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นตาในสวน ลมหายใจอึดอัดของเธอก็หยุดชะงักไปในฉับพลัน
โจวถิงเยี่ยนโอบเอวหญิงสาวคนหนึ่งไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือเซิงเจียนร้านหลี่จี้
แมวตรงปลายเท้าของเขากำลังแกว่งหาง คลอเคลียขากางเกงเขาไปมา
มุมปากของเจียงหว่านซิงกระตุกน้อย ๆ เขาคงป้อนอาหารให้มันอยู่บ่อย ๆ สินะ
“ถิงเยี่ยน คุณไปซื้อมาให้จริง ๆ ด้วย เมื่อคืนฉันแค่พูดขึ้นมาลอย ๆ เองนะ”
เจียงหว่านซิงมองหน้าเธอไม่ชัด แต่เสียงหวานนุ่มนั้นทำให้รู้สึกคุ้นหู
“พูดลอย ๆ จริงเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเจือความอ่อนโยน เป็นน้ำเสียงที่เจียงหว่านซิงไม่เคยได้ยินมาก่อน
เธอคิดว่า เขาคงกำลังเอ็นดูเธออยู่
“ฮึ คุณนี่ใจร้ายจริง ๆ” หญิงสาวเอนกายเข้าไปซบอกเขาเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนหวานราวกับบีบน้ำออกมาได้ “เมื่อคืนก็บอกชัด ๆ ว่าจะไม่ไป สุดท้ายก็ยังกลับไปอยู่ดี”
“ถ้าไม่กลับ แล้วจะออกไปซื้อเซิงเจียนแต่เช้าได้ยังไง”
เสียงของชายหนุ่มเปี่ยมรอยยิ้ม พอเข้าหูเจียงหว่านซิงก็ทำให้เธอหนาวสะท้านขึ้นมา
ร้านหลี่จี้อยู่ไกลจากที่นี่จริง ๆ กว่าจะไปถึงคงขายหมดแล้ว
แต่จากคฤหาสน์อวี้เฟิงไปถึงร้านหลี่จี้ใกล้กว่ามาก โจวถิงเยี่ยนซื้อแล้วเอามาให้เธอได้พอดี
เมื่อคืนกลับบ้านตอนดึกดื่น เช้าตรู่ก็ออกไป ที่แท้ก็เพื่อซื้อเซิงเจียนให้หญิงคนรักของเขา
“ขอบคุณนะ คุณดีกับฉันจังเลย” หญิงสาวโอบคอเขา เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นออดอ้อน “เท้าฉันยังเจ็บอยู่นิดหน่อย อุ้มฉันเข้าไปได้ไหม?”
เจียงหว่านซิงรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ได้คืบจะเอาศอก โจวถิงเยี่ยนไม่ใช่คนอดทนมากพอจะยอมให้ใครเรียกร้องเอาอะไรก็ได้ตามใจ
แต่เพียงวินาทีถัดมา เธอก็ถูกตบหน้าฉาดใหญ่
โจวถิงเยี่ยนยกมือขึ้นลูบศีรษะหญิงสาว มุมปากโค้งขึ้นน้อย ๆ ความสูงส่งสง่างามของเขาเจือด้วยความอ่อนโยนที่เจียงหว่านซิงไม่เคยเห็นมาก่อน
จากนั้นเขาก็ช้อนร่างหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม
และในวินาทีนั้นเอง เจียงหว่านซิงก็มองเห็นใบหน้าของหญิงสาวชัดเจน
หลินซินถง รักแรกของโจวถิงเยี่ยน
อัจฉริยะสาวในสายตาของทุกคน เธอได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี ทั้งยังมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยระดับแนวหน้าหลายโครงการ
รูโหว่ในใจของเจียงหว่านซิงเหมือนจะสมานปิดลงในทันใด ลมหายใจที่เคยอึดอัดค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ ราวกับเมื่อทุกอย่างได้ข้อยุติแล้ว หัวใจของเธอก็ว่างเปล่า
มิน่าเสียงถึงได้คุ้นหูนัก
และก็ไม่แปลกที่คนเย็นชาและสง่างามอย่างโจวถิงเยี่ยนจะนอกใจ ที่แท้ก็เป็นเธอ
ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น ภรรยาของโจวถิงเยี่ยนคงเป็นหลินซินถง
เรื่องเมื่อสามปีก่อน ทั้งที่เธอก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกันแท้ ๆ แต่โจวถิงเยี่ยนกลับโทษเธอมาสามปี และเย็นชากับเธอมาตลอดสามปี
เธอคิดว่าถ้าตัวเองพยายามต่อไปมากพอ สักวันเขาคงมองเห็นเธอ
แต่ใครจะคิดว่าหลินซินถงแค่กวักมือเรียก เขาก็ยอมก้มหัวให้โดยไม่เหลือขีดจำกัด
ตอนนี้พอมาคิดดู ความพยายามของเธอช่างน่าขันสิ้นดี
ความทุ่มเทและรักใคร่ทั้งหมดของเธอ ในสายตาคนอื่นคงเป็นความโง่เขลา เป็นการไม่รู้จักที่ทางของตัวเอง
โจวถิงเยี่ยนเองก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
เขาลงโทษเธอมาสามปีด้วยการเมินเฉย ดูแคลน และเย็นชา
เจียงหว่านซิงมองประตูบานนั้น สูดหายใจลึก กัดริมฝีปาก ก่อนกดโทรหาโจวถิงเยี่ยนอีกครั้ง
เธออยากลองดู ลองเป็นครั้งสุดท้าย
โทรศัพท์ดังอยู่นาน กว่าเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มจะดังขึ้น “มีอะไร?”
เจียงหว่านซิงกำโทรศัพท์แน่น ปลายนิ้วซีดขาว “พรุ่งนี้วันเกิดพ่อฉัน คุณกลับไปกับฉันสักครั้งได้ไหม?”
พูดจบ มือของเธอก็เริ่มสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
ส่วนอีกฝ่ายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนตอบเสียงเรียบ “พรุ่งนี้มีธุระ ไปไม่ได้ ให้คนขับรถไปส่งคุณแล้วกัน”
“แต่พ่อกับแม่ฉัน...”
เจียงหว่านซิงยังพูดไม่ทันจบ หญิงสาวก็ร้องเรียกขึ้นมาอย่างออดอ้อน “ถิงเยี่ยน รีบมาหาฉันเร็ว!”
วินาทีต่อมา โจวถิงเยี่ยนก็ตัดสายไปทันที
ในวินาทีนั้น เจียงหว่านซิงได้ยินอย่างชัดเจนว่า เปลวไฟริบหรี่ที่ยื้อชีวิตมาได้สามปีในใจของเธอ ดับวูบลงพร้อมเสียง “พรึ่บ”
เธอมองโทรศัพท์ที่หน้าจอดับลง แล้วก็รู้สึกอีกครั้งว่าตัวเองช่างน่าเวทนาและน่าขันเหลือเกิน
ความคาดหวังเล็กน้อยที่เก็บงำไว้ กลับกลายเป็นฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้า
ไม่เจ็บ แต่ก็มากพอให้เธอจดจำความอับอายในวันนี้
เจียงหว่านซิงนั่งอยู่ในรถเนิ่นนาน จนจิตใจสงบลงอย่างสิ้นเชิง
นานพอให้ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา และมั่นคงแน่วแน่
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อมานาน แล้วกดโทรออก
อีกฝ่ายรับสายแทบจะทันที
“นาน ๆ ทีคุณนายโจวจะยังจำได้ว่ามีคนอย่างผมอยู่ด้วย”
ได้ยินคำเย้ยหยันนั้น บนใบหน้าซีดขาวของเจียงหว่านซิงก็มีรอยยิ้มจาง ๆ “ศิษย์พี่ ยังโกรธอยู่เหรอคะ?”
“โครงการเทียนซูไม่คืบหน้ามาสักที เป็นเพราะพวกเราไร้ความสามารถ” เสิ่นมู่ไป๋ยังคงพูดจาแดกดัน “ผมมีสิทธิ์อะไรไปโกรธล่ะ คุณนายโจวอยากเป็นภรรยาผู้ช่วยที่ดี ก็เป็นเรื่องสมควรแล้วนี่”
เจียงหว่านซิงไม่ได้โกรธ เธอรู้ว่าเสิ่นมู่ไป๋กับอาจารย์คาดหวังในตัวเธอมาก เป็นเธอเองที่ยอมทิ้งทีมทั้งหมดเพื่อโจวถิงเยี่ยน
“ศิษย์พี่ รบกวนช่วยหาทนายหย่าให้ฉันหน่อยค่ะ”
ทันทีที่เจียงหว่านซิงพูดจบ หัวใจของเธอก็ปลอดโปร่งขึ้นมาในทันใด
ผู้ชายที่แปดเปื้อนไปแล้ว จะมีอะไรให้อาลัยอาวรณ์อีก!
