หงเจียอวี้ปรายตามองลูกท้อหวานฉ่ำแวบหนึ่ง ไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเฉินเฟิงเลยสักนิด ก่อนจะหัวเราะเยาะ “นายคิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง? ก็แค่ลูกท้อหวานฉ่ำห่วย ๆ ที่เร่งโตด้วยฮอร์โมน จะมีสรรพคุณวิเศษอะไรได้? ฉันว่านายคงอยากได้เงินจนบ้าไปแล้ว ถึงได้แต่งเรื่องเหลวไหลแบบนี้ขึ้นมาได้!”
เฉินเฟิงคร้านจะต่อปากต่อคำกับเขา จึงหยิบลูกท้อหวานฉ่ำขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วกวักมือเรียกซูเสี่ยวหน่วน
“เสี่ยวหน่วน มานี่สิ กินลูกท้อกัน!”
ก่อนหน้านี้ซูเสี่ยวหน่วนยืนมองเฉินเฟิงอยู่ข้าง ๆ อย่างกระวนกระวาย กลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป พอได้ยินเขาเรียกก็รีบวิ่งตื๋อเข้าไปหา
“พี่ชายรูปหล่อ ซูซูชอบกินลูกท้อหวานฉ่ำที่สุดเลย!”
เฉินเฟิงยื่นลูกท้อหวานฉ่ำขนาดพอ ๆ กับลูกท้อเซียนให้เธอ พลางยิ้มบอก “กินเลย!”
ซูเสี่ยวหน่วนกัดเข้าไปอย่างไม่ลังเล เสียงกรอบดังกร๊วบ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ น้ำหวานรสละมุนแผ่ซ่านเต็มปากในทันที ไหลลงมาตามมุมปาก พร้อมกลิ่นหอมจาง ๆ ของลูกท้อ ทั้งกรอบทั้งหวาน แต่ไม่หวานเลี่ยนจนบาดคอ นิ้วมือกับมุมปากเปื้อนไปด้วยน้ำหวานหอมละมุน เธอกินอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อย อร่อยมาก! ลูกท้อหวานฉ่ำอร่อยที่สุดเลย! ซูซูอยากกินอีก!”
เฉินเฟิงหันไปมองหงเจียอวี้แล้วพูดยิ้ม ๆ “เห็นไหม? แม้แต่คนของฉันยังกล้าชิม กินแล้วสบายใจได้!”
ซูเสี่ยวหน่วนเชื่อใจเฉินเฟิงมาก จึงกล้าชิมลูกท้อหวานฉ่ำด้วยตัวเอง และไม่คาดคิดเลยว่ามันจะมีสรรพคุณวิเศษจริง ๆ ภายในร่างกายรู้สึกราวกับมีกระแสอบอุ่นไหลเวียน แผ่ไปทั่วทุกส่วน เส้นลมปราณปลอดโปร่ง เลือดลมเต็มเปี่ยม ผิวพรรณเปลี่ยนเป็นขาวอมชมพู เนียนละเอียดเรียบลื่น ทั้งร่างเปล่งประกายสดใส
