หงเจียอวี้เข้าใจความหมายของเฉินเฟิงทันที เขายกมือฟาดหน้าสือจวิ้นเหลยอีกฉาด ก่อนตวาดเสียงกร้าวว่า “ยังจะยืนบื้ออะไรอยู่อีก? รีบขอโทษเถ้าแก่สาวคนสวย แล้วชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้เธอสิ!”
สือจวิ้นเหลยอัดอั้นตันใจสุดขีด เขาจ้องเฉินเฟิงอย่างเคียดแค้น แทบอยากสับอีกฝ่ายเป็นหมื่นชิ้นถึงจะสาสมกับความแค้นในใจ เขาเชิดหน้าดื้อดึงแล้วพูดว่า “ผมไม่ทำ! พี่หง อย่าลืมสิว่าพวกเราเป็นพวกเดียวกัน หลายปีมานี้ผมคอยมอบผลประโยชน์ให้พี่ตั้งเท่าไร แต่พอถึงเวลาสำคัญ พี่กลับเข้าข้างคนนอกเสียอย่างนั้น เสียแรงที่เราเป็นพี่น้องกัน พี่ทำให้พวกเราผิดหวังจริง ๆ!”
หงเจียอวี้เบิกตาถลึง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าข่มขู่ตน เขารวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพุ่งเข้าไปตบซ้ายตบขวา จนหน้าของสือจวิ้นเหลยบวมปูดเหมือนหัวหมู ก่อนคำรามอย่างเดือดดาลว่า “ไอ้สารเลว! แกกล้าขัดคำสั่งฉัน แล้วยังคิดจะกำเริบเสิบสานอีกหรือ! ถ้าวันนี้แกไม่ขอโทษ ไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ต่อไปก็ไม่ต้องมาตั้งแผงขายของอีก! ไม่อย่างนั้นฉันจะปรับแกจนหมดเนื้อหมดตัว! แล้วถ้าแกคิดจะไปตั้งแผงที่อื่น ทุกที่ก็มีคนรู้จักของฉันอยู่ทั้งนั้น ไม่มีทางปล่อยให้แกทำมาค้าขายได้หรอก ชั่งดูเองแล้วกันว่าอะไรสำคัญกว่า!”
สือจวิ้นเหลยเจ็บจนกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก เขาสะดุ้งเฮือกด้วยความกลัวและรู้ว่าถ้าฝืนปะทะต่อไป คนที่เสียเปรียบก็มีแต่ตัวเอง เพื่อปากท้อง เขาจึงต้องยอมแพ้ รีบคุกเข่าลงตรงหน้าเฉินเฟิงกับซ่งชิงอี๋ แล้วก้มศีรษะโขกพื้นเสียงดังสามครั้งก่อนกล่าวขอโทษ “เถ้าแก่ทั้งสอง ผมขอโทษครับ เป็นความผิดของผมเอง! ผมไม่กล้าทำอีกแล้ว ผมยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้พวกคุณ ขอให้พวกคุณใจกว้าง ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะครับ!”
