เฉินเฟิงวิ่งมาถึงบ้านของหลิวมู่เสวี่ยตอนฟ้ามืดแล้ว เขาเคาะประตูเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงของหลิวมู่เสวี่ยดังมาจากข้างใน
“ใครน่ะ?”
เฉินเฟิงตอบเสียงดังฟังชัด “เสี่ยวเซว่ ฉันเอง เฉินต้าปาว!”
พอหลิวมู่เสวี่ยรู้ว่าเฉินต้าปาวมา เธอก็รีบวิ่งมาเปิดประตู ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม “เฉินต้าปาว ดูเหงื่อท่วมตัวนายสิ วันนี้แอบหนีไปเที่ยวเล่นที่ไหนมา?”
เธอเปลี่ยนเป็นชุดนอนลายดอกไม้ รูปร่างสูงโปร่งเพรียวบาง เนินอกอวบอิ่มแทบล้นออกมาจากคอเสื้อ ผิวพรรณเนียนละเอียดราวหยกงาม คิ้วเรียวยาวดุจขุนเขา ดวงตาสุกใส ฟันขาวสะอาด งดงามราวดอกโบตั๋นที่กำลังเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมชวนหลงใหล
เฉินเฟิงแทบเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอม รีบยกสมุนไพรในมือขึ้นแล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ “ฉันไม่ได้ไปเที่ยวเล่นสักหน่อย ไปเก็บสมุนไพรมาให้ป้าหยางต่างหาก!”
หัวใจของหลิวมู่เสวี่ยอบอุ่นขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าเขาจะใส่ใจแม่ของเธอขนาดนี้ เธอดึงเขาเข้าบ้านทันที ก่อนหยิบผ้าขนหนูมาช่วยเช็ดเหงื่อและโคลนบนใบหน้าให้อย่างละเอียด
“ฉันนึกว่านายแอบไปกินของอร่อยข้างนอกโดยไม่บอกฉันเสียอีก หิวหรือเปล่า? อยู่กินข้าวด้วยกันสิ!”
เฉินเฟิงมองใบหน้าขาวอมชมพู ริมฝีปากเล็กแดงระเรื่อ และลำคอระหงของเธอ แม้สวมเพียงชุดนอนเรียบง่ายก็ยังปิดบังส่วนเว้าส่วนโค้งไม่ได้ ความอวบอิ่มช่างพอเหมาะพอดี เขาอดไม่ได้ที่จะโอบเอวบางไว้แล้วหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “ยังจะกินหมั่นโถวอยู่ไหม?”
ร่างกายหลิวมู่เสวี่ยสั่นสะท้าน สีหน้าเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะหัวเราะออกมา “กินทุกวันไม่เบื่อหรือไง?”
เฉินเฟิงตอบอย่างจริงจัง “ไม่เบื่ออยู่แล้ว เธอเป็นเมียฉันนี่!”
หลิวมู่เสวี่ยถูกเขาหยอดจนใจพองโต กลัวแม่จะได้ยินจึงแสร้งกระเง้ากระงอด “เจ้าคนบ้าเฉินต้าปาว เดี๋ยวนี้ชักจะใจกล้าขึ้นทุกวันแล้วนะ!”
