“อ๊ากกกก จัวเฟย์หยาง ไอ้สารเลว!”
เฉินหรงฟื้นขึ้นมาจากแคปซูลเกมของบริษัท ความแค้นทำให้ดวงตาแดงก่ำ เธอยกหมวกกันน็อกขึ้น หมายจะฟาดลงกับพื้นข้างเท้าอย่างแรง
กระสุนนัดที่เพิ่งยิงทะลุกลางศีรษะยังทำให้เธอปวดหัวแทบระเบิดจนถึงตอนนี้
แต่สุดท้ายเธอก็อดกลั้นไว้
หมวกกันน็อกของบริษัทใบนี้ราคาตั้งแสนกว่า ถ้าทุบพัง เธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหาย
“หลอกฉันไม่ได้หรอก แกก็คือจัวเฟย์หยาง!”
“แกกล้าฆ่าฉัน งั้นฉันก็จะหาคนมาฆ่าแก!”
แคปซูลเกมเปิดออก เฉินหรงกระโจนออกมาด้วยความโมโห ขณะเดียวกันก็มีเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของฉู่จวิ้นหยางดังมาจากแคปซูลเกมข้าง ๆ
“เร็วเข้า ๆ ฆ่าบอสตัวนี้ซะ ดรอปอาวุธระดับมหากาพย์ให้ฉันมาสักชิ้นด้วย!”
“มรณะประกาศ แกคอยดูเถอะ เดี๋ยวฉันจะจัดการแกให้ตาย!”
พอได้ยินดังนั้น เฉินหรงก็หันหลังเดินลงไปชั้นล่างทันที เรียกรถออกจากบริษัท
เห็นได้ชัดว่าฉู่จวิ้นหยางถูกจัวเฟย์หยางเล่นงานจนเสียขวัญ ช่วงนี้คงไม่มีอารมณ์มาคุยกับเธอ
……
ผับ KDJ เฉินหรงลงจากรถแล้วผลักประตูเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ผับ KDJ เคยเป็นหนึ่งในสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮั่นไห่ ทุกวันมีชายหญิงมากมายมาหาความสำราญกันที่นี่
แต่ตั้งแต่เกม “สังหารมหานคร” เปิดให้เล่น จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการที่นี่ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหลือความรุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อน ทั้งฟลอร์เต้นรำและเคาน์เตอร์บาร์มีลูกค้าอยู่เพียงประปราย คาดว่าอีกไม่นานก็คงต้องปิดกิจการ
เฉินหรงเดินตรงไปยังที่นั่งส่วนตัวแห่งหนึ่ง
ข้างในมีชายผมเหลืองคนหนึ่งโอบกอดสาว ๆ หลายคน สูบบุหรี่พลางสบถด่าไม่หยุด
พอเห็นเฉินหรง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขากดก้นบุหรี่ลงในกระป๋องโคล่า “พี่สะใภ้ ทำไมไม่ไปเก็บเลเวลกับพี่ฉู่ใน ‘สังหารมหานคร’ ล่ะครับ มาที่ร้านผมทำไม?”
“เล่นจนเหนื่อยแล้ว เลยมาหาเธอให้ช่วยผ่อนคลายหน่อยไม่ได้หรือไง?”
