หลังจากขนผ้าที่ซื้อจากร้านผ้าขึ้นรถเข็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งห้าคนก็มุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็กแถวประตูเมืองทิศตะวันตก
“อ้อ นี่กระดาษ ก้อนหมึก พู่กันกับหมึกที่ซื้อมาให้พี่นะ พี่มาพอดีเลย เอากลับไปใช้ที่สำนักศึกษาได้เลย เดิมทีฉันกะว่าจะรอให้น้องชายคนโตเอาเสื้อนวมไปส่งให้พี่ แล้วค่อยฝากไปให้” เวินหน่วนหน่วนหยิบกระดาษ ก้อนหมึก พู่กันกับหมึกออกมาจากพื้นที่จัดเก็บในตู้เย็น ทว่าทำทีเหมือนหยิบออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่ แล้วยื่นส่งให้เขา
จากนั้นก็หยิบซาลาเปาทอด ขนมปังม้วนกับไข่ต้มออกมาแจกด้วย
“ไม่ต้อง ผมไม่เอา ผมกับพี่ชายใหญ่กินที่สำนักศึกษาแล้ว” เล้งเทียนรีบโบกมือปฏิเสธ พลางยกอาหารให้น้อง ๆ
พอได้ยินน้องชายคนโตบอกว่ากินข้าวกับเล้งเซียวมาแล้ว เวินหน่วนหน่วนก็ข้ามทั้งสองคนไป แจกอาหารให้น้องชายคนกลางกับน้องชายคนเล็ก
จากนั้นเธอก็หยิบส้มสองผลออกมา ส่งให้น้องชายคนโตหนึ่งผล ส่วนอีกผลยื่นให้เล้งเซียว
เล้งเซียวกำลังก้มหน้าดูกระดาษเซวียนกับแท่นฝนหมึกจากเมืองเซ่อ คิ้วตาคมเย็นชาไร้อารมณ์ให้จับสังเกต
“เป็นยังไงบ้าง” เวินหน่วนหน่วนเอ่ยถาม ใบหน้าเล็กเผยรอยยิ้มหวาน
ของไม่กี่อย่างนี้ เธอจ่ายเงินไปตั้งสามตำลึงกว่าเชียวนะ
“ก็ใช้ได้” คำตอบลอย ๆ ฟังไม่ออกว่าชอบหรือไม่ชอบ
เวินหน่วนหน่วนกำลังจะตอบว่า ‘ตั้งสามตำลึงกว่าเชียวนะ’ ก็ได้ยินเสียงติ๊งดังขึ้น!
อะไรน่ะ มีระบบแล้วหรือ?
เวินหน่วนหน่วนรีบหันซ้ายหันขวามองสำรวจ
ไม่มีอะไรเลย!
เกิดอะไรขึ้น?
แล้วเธอก็พบว่าตู้เย็นของตัวเองใหญ่ขึ้นต่อหน้าต่อตา!
ใช่แล้ว ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
เธอทำอะไรไปน่ะ? ก็แค่ให้ชุดพู่กัน หมึก กระดาษกับแท่นฝนหมึกแก่เล้งเซียวเท่านั้นเอง
