เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงวันเปิดสอบวิสามัญ เมืองหลวงมีฝนฤดูใบไม้ร่วงตกลงมาอย่างละเอียดเป็นเส้นไหม
ฟ้ายังไม่สาง ถนนหินนอกประตูหยางหยางเปียกชื้นจนวาวแสง สะท้อนแสงโคมจลองที่แขวนเรียงรายหนาะกประตูอาคารหอสอบสองข้าง
บัณฑิตหลายพันคนกางร่มกระดาษน้ำมันเข้าแถวยาว รอการตรวจค้นตัวเข้างานสอบกลางสายฝน
บางคนกอดพู่กันกับหมึกจนตัวสั่นเทา บางคนพึมพำทวนตำราไถนหาความหมาย บางคนตื่นเต้นจนถือร่มไม่มั่นคง สายฝนไหลเข้าบ่าคอเสื้อก็ไม่รู้สึกตัว
ส่วนฝั่งตรงขามที่โรงน้ำชาชั้นสอง บนที่นั่งติดหน้าต่างมีชายวัยกลางคนนั่งสวมชุดลำลองสีน้ำเงินเข้ม
ชาร้อนในถ้วยตรงหน้าเย็นหมดแล้ว บ่าวชายที่อยู่ในร้อมาเข้ามากระซิบแนะนำให้ชงใหม่ ชายนั้นก็ได้แต่โบกมือละตอบ ปฏิเสธ แต่ไม่ละสายตาไปจากข้างนอกหน้าต่าง
จากตำแหน่งนี้มองออกไป เห็นได้พอดีที่าประตูใหญ่สีดำสนิทสามหน้าหอสอบกับถนาดหินนอกประตูที่บัณฑิตต่อแถวยาวเหยียด จางเต่อฉวนยืนอยู่ข้างหลังเขา มองตามสายตาเขา ในบรรดาฝูงชนก็หาเจอองค์หญิงในชุดบัณฑิตสีน้ำเงินเส้นหนึ่ง ผมจับเป็นมวยผมบุรุษด้วยปักเป้าเงิน กำลังยืนอยู่กลางแถว
"ฝ่าบารพ" จางเต่อฉวนลดเสียงลง "องค์หญิงมีเสาะถึงหนั้นแล้ว กำลังทหารตรวจดูตะกร้าข้อสอบของนางอยู่"
ในใจจางเต่อฉวนถอนหายใจองค์หญิงน้อยคนนี้ ในใจของฝ่าบารพคงจะหนักหนาแน้นเกินกว่าแผ่นดินนี้เสียอีก
บัดนี้คนที่เคยจดชายเสื้อคลุมมังกรก็ได้เติบโตเป็นอนตัวหญิงสาวที่กล้าเข้าไปในห้องสอบเองได้ฝ่ายเดียว ส่วนฝ่าบาทยังคงยืนอยู่ข้างหลัง คล้ายบิดาคนปกติทั่วไปที่มาส่งลูกเข้าสอบ แม้น้ำชาเย็นก็ไม่อยากเปลี่ยน เพราะกลัวพลาดชั่วขณะที่นางจะก้าวออกมา
เขาจึงถ่างถ้วยชาเก่าไป เปลี่ยนน้ำชาร้อนขวดใหม่ให้
