รถสองคันพุ่งชนรั้วเหล็กขึ้นสนิมจนพัง ก่อนขับเรียงกันเข้าไปในเขตโรงงานเหล็กกล้า
หัวรถบ้านดัดแปลงจากรถบรรทุกหนักบดทับเศษหินและเหล็กเส้นบิดงอ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุ้มต่ำ
ทั่วเขตโรงงานมีซากรถถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาด บางคันถูกไฟไหม้จนเหลือเพียงโครง บางคันพลิกตะแคงอยู่ริมทาง ตัวถังขึ้นสนิมด่างพร้อยและมีคราบเลือดแห้งเกรอะกรัง ซอมบี้ที่เดินเตร่อยู่กระจัดกระจายระหว่างอาคารโรงงาน ก้าวเท้าโซเซ แต่ยังไม่ถูกเสียงรบกวนให้ตื่นตัว
นับเป็นข่าวดี แสดงว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้เล่นคนอื่นเข้าไปในโรงงานเหล็กกล้า
“มั่วหราน พวกเราโชคดีนะ ดูท่าจะมาถึงเป็นกลุ่มแรก”
กู้หนานดึงเบรกมือ พร้อมแจ้งให้พวกผู้หญิงบนรถบัสรออยู่กับที่ผ่านช่องสื่อสารภายในทีม เขาหันตัวมาแล้วยื่นมือบีบแก้มนุ่มนิ่มของเธอ “ยังเสียใจอยู่เหรอ?”
หลินมั่วหรานปัดมือเขาออก พึมพำเสียงอู้อี้ “พอได้แล้วน่า”
กู้หนานขยับเข้ามาตรงหน้าเธอ ใช้ฝ่ามือนวดคลึงแก้มนุ่ม ๆ “อย่าเสียใจเลย เรื่องแบบนี้ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นสักวัน”
หลินมั่วหรานส่งเสียงอู้อี้ด้วยความโมโห ก่อนปัดมือซุกซนของเขาออกอย่างแรง
“พอได้แล้ว!” แก้มของเด็กสาวพองป่อง ราวกับปลาปักเป้าขนฟูที่กำลังพองตัว
กู้หนานขยับมาอยู่ตรงหน้าเธอ งอนิ้วยกคางเธอขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าครามของเด็กสาวไหววูบ สายตาเบือนหนีเล็กน้อย ริมฝีปากสีชมพูเผยอออก ส่งเสียงครางแผ่วเบา เผยท่าทีของภรรยาสาวที่ทั้งเขินอายทั้งเหมือนจะปฏิเสธแต่ก็ไม่ปฏิเสธ
“น่ารักจริง ๆ~” กู้หนานครุ่นคิด “สมกับเป็นภรรยาของฉัน!”
